คืบหน้าข่าวร้อน! "ดีเอสไอ" แจงปมศพผู้ต้องหาตับแตก ย้ำตายคามือแพทย์ ยันไม่มีฆ่าตัดตอน-ทำร้าย เผยผู้ตายพันคดีหมื่นล้าน ปัดข่าวถูกตั้งค่าหัว
พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะโฆษกดีเอสไอ แถลงกรณีมีข้อมูลปรากฎผ่านสื่อเกี่ยวกับรายงานผลการชันสูตรพลิกศพของแพทย์ สถาบันนิติเวชวิทยา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ผ่าชันสูตรศพนายธวัชชัย อนุกูล ผู้ต้องหา ซึ่งผูกคอเสียชีวิต ระหว่างถูกควบคุมของดีเอสไอ ว่า ดีเอสไอยังไม่ได้รับทราบผลการชันสูตรอย่างเป็นทางการ โดยกรณีดังกล่าวจะมีการส่งผลชันสูตรกลับไปยังสน.ทุ่งสองห้อง ท้องที่เกิดเหตุ
อย่างไรก็ตาม กรณีที่แพทย์ระบุสาเหตุว่า เกิดจากการบาดเจ็บในช่องท้องประกอบกับการขาดอากาศหายใจ จากการผูกคอนั้นการเกิดบาดเจ็บในช่องท้อง มีหลายสาเหตุขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง กรณีดังกล่าวดีเอสไอตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งการตายระหว่างการถูกควบคุมของเจ้าพนักงานต้องทำสำนวนไต่สวนชันสูตรพลิกศพ เสนอต่อศาลต่อไป
พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าวต่อว่า ยืนยันข้อเท็จจริง คือการผูกคอเป็นการใช้ถุงเท้าสองข้างไปคล้องกับบานพับประตู ระหว่างเกิดเหตุได้มีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยพยาบาลของรพ.มงกุฎวัฒนะ ซึ่งมีผู้ช่วยพยาบาลอีก 2 คนมาให้การปฐมพยาบาลที่ห้องควบคุมใช้เวลาประมาณ 15 นาที โดยผู้ต้องหายังหายใจอยู่ แต่หัวใจเต้นไม่เต็มที่ เลยส่งตัวไปที่รพ.มงกุฎวัฒนะปั๊มหัวใจอีก45นาที และปั๊มด้วยเครื่องกระตุ้นหัวใจต่ออีก แต่ไม่เป็นผล นายธวัชชัยเสียชีวิต ประมาณตีสี่
พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ ย้ำว่าหลังเกิดเหตุนายธวัชชัย อยู่ในการดูแลของแพทย์ไม่ได้เสียชีวิตทันที อีกทั้งเมื่อเกิดเหตุได้แจ้งญาติทันที ซึ่งญาติได้ตามไปที่รพ. ก่อนที่นายธวัชชัยจะเสียชีวิต จากข้อเท็จจริงทั้งหมดเป็นเรื่องที่ดีเอสไอต้องขอแสดงความเสียใจ และย้ำว่าไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง ดูว่ามีผู้ใดบกพร่องหรือเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดอาญาใดๆหรือไม่ สน.ทุ่งสองห้อง ก็อยู่ระหว่างสอบสวนเพื่อเสนอศาลไต่สวนต่อไป
พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นสำคัญในรายงานชันสูตร ที่ระบุว่าตับแตกการปั๊มหัวใจจะปั๊มเหนือหน้าอกมีความห่างกัน แต่เพราะเหตุใดจึงเกิดเรื่องดังกล่าวได้ ข้อเท็จจริงที่พบคือไม่มีบาดแผลภายนอก มีเพียงรอยรัดบริเวณลำคอเป็นแนวยาว ซึ่งปรากฏทั้งการชันสูตรพลิกศพและการของรพ.มงกุฎวัฒนะไม่มีบาดแผลภายนอก ซึ่งอาจเป็นเหตุให้ตับแตกอาจมีประเด็นอื่นแทรกซ้อนซึ่งจะต้องดำเนินการตรวจสอบให้ได้ข้อเท็จจริง
“หลังการจับตัวแทบไม่ได้แตะต้องตัวผู้ต้องหา โดยเมื่อส่งห้องควบคุม ก็มีการซักถามพูดคุย ซึ่งผู้ต้องหาก็ให้ข้อเท็จจริงอย่างดี พอใจกับการทำงานเจ้าหน้าที่ ช่วงเย็นได้เอาตัวไปสอบปากคำ โดยมีญาตินั่งอยู่ด้วย หากจะมีการซ้อมทรมานจริง ก็น่าจะมีการบอกญาติหลังสอบปากคำก็นำตัวกลับไปส่งที่ห้องควบคุมมีการดูแล โดยเจ้าหน้าที่3คนอำนวยความสะดวกทุกอย่าง ทั้งความเป็นอยู่และอาหารการกิน หลังเกิดเหตุโทรตามญาติทันทีและญาติก็ตามไปที่รพ. ฉะนั้นประเด็นที่อาจจะสงสัยว่า มีการทำร้ายให้เสียชีวิตหรือฆ่าตัดตอนหรือไม่ เราคงต้องตรวจสอบต่อไป แต่ขณะนี้ยืนยันว่าข้อเท็จจริงว่าเป็นเช่นนี้” รองอธิบดีดีเอสไอกล่าว
ส่วนกรณีที่ญาติของผู้เสียชีวิต ระบุว่าการถูกจับทำให้นายธวัชชัยมีค่าตัวสูงนั้น พ.ต.อ.ทรงศักดิ์กล่าวว่าตนไม่แน่ใจว่า การตั้งหัวเป็นการตั้งค่าหัวจากฝ่ายใด อาจเป็นฝ่ายผู้ร่วมกระทำผิดหรือไม่ แต่ไม่ใช่ฝ่ายของเจ้าหน้าที่แน่นอน คดีบุกรุกที่ดินในพื้นที่ภาคใต้ทั้งพังงา-ภูเก็ตและกระบี่ ต้องยอมรับว่าเป็นกลุ่มอิทธิพลเกือบทั้งหมด มีการอาศัยช่องทางทุจริตออกเอกสารสิทธิซึ่งมีความเกี่ยวพันกันเป็นขบวนการอย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ นายธวัชชัยก็ไม่เคยพูดถึงกรณีดังกล่าว




