วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

โหวตนายกฯนอกบัญชี​ เปิดทาง‘ประยุทธ์’อยู่ต่อ

“ต่อให้งานหนักกว่านี้ไม่ได้เงินเดือน ผมก็จะอยู่ แต่อยู่ด้วยกลไกประชาธิปไตย ให้สง่างาม แต่จะมาอย่างไรก็ยังไม่รู้เหมือนกัน”

คำกล่าวของนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ระหว่างเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลองค์กรที่มีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการด้านการเงินการคลังครั้งที่ 3 ประจำปีงบประมาณ 2559

ทันทีที่คำพูดดังกล่าวปรากฎออกมาตามหน้าสื่อแทบทุกฉบับ “สปอร์ตไลท์” จากภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะทางฟากพรรคการเมือง ต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นดังกล่าว รวมทั้งมีการตีความในทิศทางต่างๆ นานา

แม้ว่าทางโฆษกรัฐบาลอย่าง “พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด” จะออกมายืนยันว่า คำพูดดังกล่าวของนายกรัฐมนตรี เป็นเพียงการย้ำว่าจะดำเนินการตามโรดแมพเท่านั้น

แต่ประเด็นนี้ยังคงถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าจะเป็นการส่งสัญญาณอยู่ต่อของพล.อ.ประยุทธ์หรือไม่?

จากประเด็นนี้เองความเห็นจากตัวแทนพรรคการเมือง 2 พรรคใหญ่อย่าง พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ได้แสดงความเห็นโดยสะท้อนมุมมองที่ต่างกันออกไป

 เริ่มที่ี อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และอดีตส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทยอย่าง “สามารถ แก้วมีชัย” ที่มองว่า นายกรัฐมนตรีก็ได้พูดอย่างชัดเจนจะอยู่ด้วยกลไกที่เป็นประชาธิปไตย

ดังนั้นถ้าเป็นไปตามที่มีการวิพากษ์วิจารณ์จริง แนวทางที่เป็นไปได้คือ พล.อ.ประยุทธ์ อาจถูกเสนอชื่อในกรณีที่ไม่อาจแต่งตั้งนายกฯ จากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อพรรคการเืมืองได้ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ด้วยเหตุนี้อาจะทำให้นายกฯ เปลี่ยนใจและแสดงจุดยืนที่ชัดเจน

อีกทั้ง หากเป็นไปตามร่างรัฐธรรมนูญในขณะนี้ ที่ยังยืนยันให้ส.ส.เสนอชื่อนายกฯส่วนตัวมองว่าก็เป็นเรื่องที่ไม่ยาก เพียงแค่ให้ส.ส.พรรคใดพรรคหนึ่ง ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ เข้าชื่อยกเว้นการเสนอชื่อนายกฯ ในบัญชีรายชื่อพรรคการเมือง

ส่วนในประเด็นที่มีการมองว่า นายกฯ ที่ถูกเสนอชื่อมาจากนอกบัญชีพรรคการเมืองจะเรียกว่าสง่างามได้หรือไม่นั้น นายสามารถ เห็น ในเมื่อกติกาเขียนอย่างนั้น ซึ่งเขียนว่า เมื่อได้เสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา ให้สภาผู้แทนราษฎรขอยกเว้นการเสนอชื่อจากบัญชีพรรคการเมือง ก็จะต้องเป็นไปตามที่ตนได้กล่าวไปแล้ว ตรงนี้อาจจะด้วยเหตุผลที่ว่าร่างรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบจากประชาชน 

ในส่วนข้อเสนอที่ให้ พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งพรรคการเมืองและลงสู่สนามเลือกตั้งนั้น ก็คิดได้ แต่ปัญหามีอยู่ว่า ในบทเฉพาะกาลของร่างรัฐธรรมนูญได้ระบุไว้ว่า ให้รัฐบาลและคสช.อยู่บริหารประเทศต่อไปจนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่

จึงมองว่า คงเป็นไปไม่ได้ที่พล.อ.ประยุทธ์ รวมถึงคนอื่นๆ ในคสช.จะตั้งพรรคและลงสมัครรับเลือกตั้งทั้งที่ยังมีอำนาจติดตัวอยู่ หรือไม่พล.อ.ประยุทธ์หรือรัฐบาลก็จะต้องลาออกเพื่อไปลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงก็จะถือว่าเป็นนักประชาธิปไตยชั้นเยี่ยม

“ที่พูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าจะมีแค่ท่านประยุทธ์ อาจจะเป็นคนอื่นก็ได้ แต่วันนี้ท่านประยุทธ์ มีโอกาสมากกว่าคนอื่น ถ้าไม่ปฏิเสธก็จะเข้ามาตามเส้นทางนี้ได้”

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ มองว่า คำพูดดังกล่าวอาจะสื่อว่า เป็นการแสดงเจตนาว่าพร้อมที่จะทำงานหนัก การที่จะเข้ามาต้องเข้ามาโดยกลไกตามร่างรัฐธรรมนูญในขณะนี้ ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่ใช้บังคับอยู่ในขณะเลือกตั้ง

     นอกจากนี้ในกรณีที่พรรคการเมือง เช่นพรรคเฉพาะกิจเสนอแล้วไม่ผ่าน คือได้เสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา แล้วลงมติให้สภายกเว้นการเสนอชื่อจากบัญชีพรรคการเมือง และมีการเสนอชื่อบุคคลภายนอกรอบสอง หรือกระบวนการอย่างไร ก็เป็นเรื่องที่นายกฯ ยังไม่สามารถคาดเดาได้

“ถ้ามองในแง่ดีแปลว่าการที่พี่น้องประชาชนให้ความเชื่อถือคุณประยุทธมาก คุณประยุทธเลยจะตอบแทนด้วยการทำงานหนัก โดยยกตัวอย่างว่าไม่รับเงินเดือน ยกตัวอย่างที่จับต้องได้ เช่น การที่นายกฯประยุทธ์ ได้ผบ.ทบ.คนใหม่ จะทำให้มีคู่คิด เพิ่มที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยได้ดียิ่งขึ้น”

หัวหน้าทีมกฎหมายปชป. ยังมองว่า ทางหนึ่งก็เป็นไปได้ว่าเป็นการส่งสัญญาณว่าถ้าพรรคการเมืองเสนอชื่อหรือมีการเสนอชื่อเป็นนายกฯ ตามที่ระบุไว่ในร่างรัฐธรรมนูญ หลังมีการเลือกตั้ง แล้วนายกฯประยุทธ์ ไม่ขัดข้องหรือยินดีที่จะเป็นนายกฯแบบนายกฯ คนนอก

สำหรับข้อเสนอที่ว่า หากคำว่า “ทำตามกลไกประชาธิปไตยให้สง่างาม” ของพล.อ.ประยุทธ์หมายถึงการเปิดตัวว่า จะอยู่ต่อภายหลังจากที่มีการเลือกตั้ง ก็ขอให้พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งพรรคการเมืองและลงสู่สนามเลือกตั้งนั้น

นายวิรัตน์ เห็นว่า คงไม่ถึงขั้นนั้น เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์คงจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งและไม่น่าจะไปตั้งพรรคการเมือง เพราะเมื่อกลไกตามร่างรัฐธรรมนูญเปิดช่องให้สามารถเสนอชื่อนายกฯนอกบัญชีพรรคการเมืองได้ ก็น่าจะเป็นไปตามกลไกดังกล่าว 

“เพราะฉะนั้นกลไกที่สง่างามตามที่มีการพูดถึงคือ การถูกเสนอชื่อตามกระบวนการที่ถูกต้องตามที่มีการบัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ”