วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'วัชระ'ขอความเป็นธรรมอดีตตชด. กลับเข้ารับราชการ

“วัชระ” จี้นายกฯ ใช้ม.44 เร่งปฏิรูปตร.พร้อมเรียกร้องขอความเป็นธรรม ให้อดีตตชด.กลับเข้ารับราชการ

ที่ศูนย์บริการประชาชน กองรับเรื่องราวร้องทุกข์ฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่่อเวลา 10.00 น.นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์  เดินทางมายื่นหนังสือที่มีอดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ร่วมลงชื่อด้วย 18 คน ถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อเรียกร้องให้เร่งปฏิรูปตำรวจ และให้แยกหน่วยงานตำรวจที่ไม่เกี่ยวข้องกับการรักษาความสงบเรียบร้อย ไปสังกัดหน่วยงานอื่นภายใน 1 ปี พร้อมขอใช้ ม.44 ให้อำนาจพนักงานอัยการควบคุมการสอบสวนคดีสำคัญ โดยมีนายพันศักดิ์ เจริญ ผู้อำนวยการส่วนประสานมวลชนและองค์กรประชาชน (สปอ.) รับเรื่องไว้เพื่อดำเนินการต่อไป

นายวัชระ กล่าวว่า เพื่อให้สอดคล้องกับร่างรัฐธรรมนูญเรื่องการตรวจสอบถ่วงดุลย์และเป็นไปตามมติสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ขอเรียกร้องให้แยกหน่วยงานของตำรวจที่ไม่เกี่ยวข้องกับการรักษาความสงบเรียบร้อย ไปสังกัดหน่วยงานอื่นภายใน 1 ปี รวมถึงขอให้ใช้ ม.44 ให้อำนาจพนักงานอัยการควบคุมการสอบสวนคดีสำคัญและให้ผู้ว่าราชการจังหวัด มีอำนาจแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจในจังหวัดเมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการจังหวัด นอกจากนี้ขอให้นายกรัฐมนตรีสั่งการกระทรวงยุติธรรม เร่งปฏิรูประบบการสอบสวน ด้วยการออก พ.ร.บ.จัดตั้งสำนักงานสอบสวนคดีอาญา ในสังกัดกระทรวงยุติธรรม คู่ขนานกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยหากรัฐบาลนี้ทำไม่สำเร็จ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะประกาศนโยบายแยกอำนาจการสอบสวนเป็นนโยบายหลักในการเลือกตั้งครั้งต่อไป 

นอกจากนี้นายวัชระ กล่าวถึงกรณีที่นายคลพล ส่องแสง อดีตนายตำรวจสัญญาบัตร กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งถูกลงโทษทางวินัยร้ายแรงให้กลับมาเข้ารับราชการตามเดิม เนื่องจากนายคชพล ได้เข้าร้องเรียนกับตนว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม จากพลตำรวจโทโกวิท วัฒนะ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนขณะนั้น ให้ออกจากราชการอย่างไม่เป็นธรรม ตั้งแต่ที่ปรากฎเป็นข่าวเมื่อวันที่ 19 ก.ย.40 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 19 ปี และเคยได้ร้องเรียนกับนายกรัฐมนตรีไปแล้วเมื่อวันที่ 13 ต.ค.57

“นายคชพล ไม่ได้รับความเป็นธรรม จากการพิจารณาทางวินัยกรณีมีข้อพิพาทกับอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  ซึ่งคณะกรรมการข้าราชตำรวจ (ก.ตร.) ได้ลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรงกรณียื่นฟ้อง พล.ต.ท.โกวิท ต่อมาศาลได้ยกฟ้องจึงถูกบทลงโทษทางวินัย ไล่ออกจากราชการตามมติ ก.ตร. แต่เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ได้ตอบข้อหารือกรณีฟ้องผู้บังคับบัญชาว่าเป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายไม่เป็นความผิด เว้นแต่จะเป็นความเท็จ แต่ก.ตร.ลงโทษฐาน ฟ้องพล.ต.ท.โกวิท ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง อันเป็นความผิดตามกฎ ก.พ.มาตรา 98 วรรค 2 ซึ่งเห็นว่าเป็นการลงโทษโดยไม่มีกฎหมายรองรับและการกระทำไม่เป็นความผิดนั้น ผมจึงขอส่งเรื่องอดีตข้าราชการตำรวจผู้ระบุว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรมดังกล่าวให้นายกรัฐมนตรี ให้ความเป็นธรรมต่อนายคชาพล ที่มีเวลากลับเข้ารับราชการเหลืออีกเพียงหนึ่งปีเท่านั้นก่อนจะเกษียณอายุ 60 ปีในปี 2560 นี้” นายวัชระ กล่าว