“วัชระ” จี้นายกฯ ใช้ม.44 เร่งปฏิรูปตร.พร้อมเรียกร้องขอความเป็นธรรม ให้อดีตตชด.กลับเข้ารับราชการ
ที่ศูนย์บริการประชาชน กองรับเรื่องราวร้องทุกข์ฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่่อเวลา 10.00 น.นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมายื่นหนังสือที่มีอดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ร่วมลงชื่อด้วย 18 คน ถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อเรียกร้องให้เร่งปฏิรูปตำรวจ และให้แยกหน่วยงานตำรวจที่ไม่เกี่ยวข้องกับการรักษาความสงบเรียบร้อย ไปสังกัดหน่วยงานอื่นภายใน 1 ปี พร้อมขอใช้ ม.44 ให้อำนาจพนักงานอัยการควบคุมการสอบสวนคดีสำคัญ โดยมีนายพันศักดิ์ เจริญ ผู้อำนวยการส่วนประสานมวลชนและองค์กรประชาชน (สปอ.) รับเรื่องไว้เพื่อดำเนินการต่อไป
นายวัชระ กล่าวว่า เพื่อให้สอดคล้องกับร่างรัฐธรรมนูญเรื่องการตรวจสอบถ่วงดุลย์และเป็นไปตามมติสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ขอเรียกร้องให้แยกหน่วยงานของตำรวจที่ไม่เกี่ยวข้องกับการรักษาความสงบเรียบร้อย ไปสังกัดหน่วยงานอื่นภายใน 1 ปี รวมถึงขอให้ใช้ ม.44 ให้อำนาจพนักงานอัยการควบคุมการสอบสวนคดีสำคัญและให้ผู้ว่าราชการจังหวัด มีอำนาจแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจในจังหวัดเมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการจังหวัด นอกจากนี้ขอให้นายกรัฐมนตรีสั่งการกระทรวงยุติธรรม เร่งปฏิรูประบบการสอบสวน ด้วยการออก พ.ร.บ.จัดตั้งสำนักงานสอบสวนคดีอาญา ในสังกัดกระทรวงยุติธรรม คู่ขนานกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยหากรัฐบาลนี้ทำไม่สำเร็จ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะประกาศนโยบายแยกอำนาจการสอบสวนเป็นนโยบายหลักในการเลือกตั้งครั้งต่อไป
นอกจากนี้นายวัชระ กล่าวถึงกรณีที่นายคลพล ส่องแสง อดีตนายตำรวจสัญญาบัตร กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งถูกลงโทษทางวินัยร้ายแรงให้กลับมาเข้ารับราชการตามเดิม เนื่องจากนายคชพล ได้เข้าร้องเรียนกับตนว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม จากพลตำรวจโทโกวิท วัฒนะ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนขณะนั้น ให้ออกจากราชการอย่างไม่เป็นธรรม ตั้งแต่ที่ปรากฎเป็นข่าวเมื่อวันที่ 19 ก.ย.40 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 19 ปี และเคยได้ร้องเรียนกับนายกรัฐมนตรีไปแล้วเมื่อวันที่ 13 ต.ค.57
“นายคชพล ไม่ได้รับความเป็นธรรม จากการพิจารณาทางวินัยกรณีมีข้อพิพาทกับอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งคณะกรรมการข้าราชตำรวจ (ก.ตร.) ได้ลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรงกรณียื่นฟ้อง พล.ต.ท.โกวิท ต่อมาศาลได้ยกฟ้องจึงถูกบทลงโทษทางวินัย ไล่ออกจากราชการตามมติ ก.ตร. แต่เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ได้ตอบข้อหารือกรณีฟ้องผู้บังคับบัญชาว่าเป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายไม่เป็นความผิด เว้นแต่จะเป็นความเท็จ แต่ก.ตร.ลงโทษฐาน ฟ้องพล.ต.ท.โกวิท ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง อันเป็นความผิดตามกฎ ก.พ.มาตรา 98 วรรค 2 ซึ่งเห็นว่าเป็นการลงโทษโดยไม่มีกฎหมายรองรับและการกระทำไม่เป็นความผิดนั้น ผมจึงขอส่งเรื่องอดีตข้าราชการตำรวจผู้ระบุว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรมดังกล่าวให้นายกรัฐมนตรี ให้ความเป็นธรรมต่อนายคชาพล ที่มีเวลากลับเข้ารับราชการเหลืออีกเพียงหนึ่งปีเท่านั้นก่อนจะเกษียณอายุ 60 ปีในปี 2560 นี้” นายวัชระ กล่าว




