"นายกรัฐมนตรี" ลั่นไม่เคยปิดหู - ปิดตาประชาชน ชี้เหตุยังมีปมขัดแย้งเพราะยังมีคอยปลุกปั่น
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ถึงกรณีปัญหาความขัดแย้งและการออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย ว่าทะเลาะเบาะแว้งกันทุกวันเนี่ย ถามว่า เข้าใจคำว่าประชาธิปไตยดีพอเพียงใดฉะนั้นต้องไปสอนหลักประชาธิปไตยพื้นฐานที่ถูกต้อง ที่มันควรจะเป็น ในห้องเรียนด้วย เช่น การทำงานเป็นทีม การคิดและทำไปด้วยกัน ใครมีข้อขัดแย้งเห็นต่างการให้เกียรติและรับฟังความเห็นต่าง ก็มาหาข้อสรุปกันให้ได้ ไม่ใช่ สอนให้ทะเลาะเบาะแว้งไปหมด คิดนอกรอบอย่างเดียว มันก็ไปไม่ได้หมด สังคมก็แตกแยกอยู่แบบนี้ มีคนมาปลุกปั่นนิดหน่อยก็ไปหมด
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า อ้างว่าจะต้องเป็นสิทธิมนุษยชนสิทธิส่วนบุคคล ก็สิทธิส่วนบุคคลให้คนเหลือเยอะๆ คนจำนวนมาก เขาต้องการ ไอ้ไม่ต้องการอยู่ 2 คนเนี่ย แล้วจะฟังใครล่ะ นั้นแหละประชาธิปไตย มันง่ายๆ แต่นี้ ขณะเดียวกันก็ต้องเอาอีก 2 คนมาแก้ให้เขาด้วย ให้เขายอมรับให้ได้ ไปกับ 10 คนที่ว่าเนี่ย มันก็ไปทั้ง 12 คนเนี่ยวันนี้พอรวม 12 คน มันแตกกันทั้ง 12 คน แล้วจะคุยกันรู้เรื่องมั้ยล่ะ นั่นแหละคือความจำเป็นในการใช้อำนาจของผมในเวลานี้เท่านั้นเอง ให้เกียรติ รับฟังความคิดเห็น แต่อย่าผิดกฎหมาย อย่าสร้างแนวคิดที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกัน อยู่ร่วมกันในสังคมแล้ว ถ้าเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ปิดใจ ปิดหู ปิดตา ไม่เคารพความเห็นคนอื่น ไม่ได้หรอกครับ
“วันนี้หาว่าผมปิดหูปิดตา ผมเปิดทุกตาผมเนี่ย เปิดจนตากว้างแย่อยู่แล้ว หูก็ใหญ่ขึ้น ปากก็กว้างขึ้น เพราะทั้งพูด ทั้งฟัง ทั้งคิด หัวโตขึ้นเยอะแล้วเนี่ย ต้องคิดทุกเรื่อง เพราะฉะนั้น ถ้าเราไม่มองแบบนี้ มันก็มองโลกแคบ สังคมก็แคบมันก็ไม่ทันการ คนอื่นเขา เราจะดูแลประชาชนได้อย่างไรล่ะ ถ้าไม่รู้ทุกข์สุขประชาชนทุกคนนะ ” นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวด้วยว่า ตนฟังทุกคนแต่ตนรับไม่ได้ตรงที่ไปพูดจาเสียหาย หรือไปฝ่าฝืนกฎหมาย แค่นั้นเอง มองความสงบสันติส่วนรวมให้ได้นะครับ มองความก้าวหน้า มองการพัฒนาท้องถิ่น ไม่ชิดซ้าย หรือขวา ไปจนสุดโต่ง มันต้องหาความพอดีกันให้ได้ แล้วจะทำให้ประชาชนดีขึ้นได้อย่างไร จากปัญหาที่ผ่านมา ใน 2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้ทำสิ่งใหม่ๆ หลายอย่างด้วยกัน หากติดตามดู แล้วก็ฟัง แล้วก็คิดตาม บางคนก็ไม่ค่อยได้ตามเท่าไหร่ก็เลยไม่ค่อยรู้ไม่เป็นไร ตนก็จะพยายามพูดให้มากขึ้น คนส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับความขัดแย้งซะมากกว่า อะไรที่ทำดีดีถ้าไม่เกี่ยวกับตัวเองก็ไม่ฟัง นั่นแหละคือความยากง่าย นั่นคือการทำงาน ฉะนั้นทุกคนต้องเรียนรู้ไม่ว่าจะมีอาชีพอะไรก็แล้วแต่ พยายามต้องปรับปรุงตัวเอง ว่าต้องรู้ทุกเรื่อง แล้วเอาสิ่งที่เรารู้ทุกเรื่องมาคิดร่วมกัน มันถึงจะไปได้
“ถ้าไม่รู้ทุกเรื่อง แต่ไปแสดงความคิดเห็น ในเรื่องที่ไม่รู้เลย มันก็ทะเลาะกันอยู่แบบนี้ เราจะใช้ความรู้สึกทำงานไม่ได้ เอาปัญหาทางการเมืองมาขัดแย้งกันอีก มันก็ยิ่งไปกันใหญ่ เราต้องกลับมาดูตัวเอง กลับมาดูบ้านเมือง ประเทศชาติของเรา ชุมชนท้องถิ่น บ้านเราจะเดินหน้าไปยังไง จะอยู่เดิมๆหรือเปล่า จะติดกับดักตัวเองหรือไม่” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว





