"รองโฆษก ตร." เผย "ผู้พันตึ๋ง" มีความผิดสามส่วน ทั้งผิดเงื่อนไขภาคทัณฑ์บน-ข่มขู่ พร้อมเร่งตรวจสอบว่าเข้าข่ายผู้มีอิทธิพลหรือไม่
พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.เฉลิมชัย มัจฉากล่ำ หรือผู้พันตึ๋ง ผู้ต้องหาเด็ดขาดในคดีฆาตกรรมนายปรีณะ ลีพัฒนะพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เมื่อปี 2544 ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการได้รับพิจารณาพักโทษจากกรมราชทัณฑ์ ถูกตำรวจกองปราบปรามจับกุมได้ที่บริเวณหน้าหมู่บ้านบดินทรรักษา แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กทม ว่า การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปจับกุมผู้พันตึ๋ง เนื่องจากสำนักงานเจ้าหน้าที่คุมประพฤติสืบทราบว่ามีพฤติการณ์ต้องห้าม ตาม พ.ร.บ. ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2459 กำหนดว่า หลังจากที่กำหนดให้มีการพักโทษแล้ว ห้ามทำอะไรและต้องปฏิบัติตัวอย่างไร สิ่งใดที่กระทำแล้วมีความผิดตามพ.ร.บ. ดังกล่าว ซึ่งตรงนี้เจ้าหน้าที่ของกรมควบคุมความประพฤติก็จะนำเรียนต่อศาล เพื่อจับตัวกลับคุมขังต่อ
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีผู้เสียหายแจ้งความที่ จ.จันทบุรี เข้าข่ายเรื่องมาเฟีย ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หรือไม่ พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนยังไม่ทราบ แต่ทราบว่ามีการแจ้งความในเบื้องต้น จึงเป็นที่มาของการนำไปสู่การจับกุมอีกครั้ง ถ้าการกระทำที่เข้าข่ายการเป็นมาเฟีย ไม่ไปรายงานต่อผู้ควบคุมความประพฤติตามที่กำหนด หรือมีการเดินทางออกนอกเขต ไม่ประกอบอาชีพสุจริต ไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานหรืออะไรก็แล้ว ซึ่งจะผิดเงื่อนไข ฉะนั้นถ้ามีพฤติการณ์ที่ชัดเจนเข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพลหรือมาเฟีย ก็มีการดำเนินการอย่างชัดเจนอยู่แล้ว ส่วนจะมีการดำเนินคดีหากมีการทำความผิดขณะพักโทษหรือไม่นั้น ต้องดูในข้อกฎหมายอีกครั้ง เพราะถือว่าเป็นการกระทำความผิดที่ไม่ใช่ความผิดเดิมที่เคยต้องโทษเอาไว้ ซึ่งเบื้องต้นเพื่อไม่ให้เป็นภัยต่อสังคม จึงมีการจับกุมกลับมาเหมือนเดิม
พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวต่อว่า การดำเนินการกับผู้มีอิทธิพลนั้น ในยุคสมัยนี้ได้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้ความสำคัญและยอมไม่ได้ ที่มีกลุ่มบุคคลกระทำตนเป็นผู้มีอิทธิพล คงต้องมีการตรวจสอบว่า กลุ่มบุคคลที่เดินทางไปกับผู้พันตึ๋งนั้น เป็นกลุ่มบุคคลใด เมื่อพิสูจน์ทราบแล้ว ก็ต้องมีการดำเนินคดีอยู่แล้ว ส่วนจะเป็นใคร มีศักดินาอย่างไรก็ต้องว่าตามกฎหมาย
ด้านพล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษก ตร. กล่าวเสริมว่า อยากให้แยกเป็น 3 ส่วน คือ 1.การผิดเงื่อนไขการภาคทัณฑ์บน ก็ว่าไปตามส่วนของกรมราชทัณฑ์ 2.การเข้าไปดำเนินการกรณีที่ จ.จันทบุรี ถ้าเป็นความผิดเรื่องการข่มขู่ตามกฎหมายอาญาก็ดำเนินคดีไป และ 3.เรื่องของผู้มีอิทธิพล ซึ่ง ผบ.ตร. มีมาตรการอยู่แล้วว่า พฤติการณ์ใดบ้างที่เข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพล ซึ่งมีมาตรการดำเนินการผู้มีอิทธิพลอยู่แล้ว โดยได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าดำเนินการในเรื่องนี้ โดยมีการทำบัญชี ทั้งเรื่องฟอกเงิน เยอะแยะไปหมด ถ้ามีใครเกี่ยวข้องบ้างก็ดำเนินการหมด อีกส่วนหนึ่งถ้าไม่เข้าข่ายก็ดำเนินการไป ซึ่งทั้ง 3 ส่วนเกี่ยวกับการดำเนินการของตำรวจหมด อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะบุคคลพ้นโทษหรือพักโทษ อยู่ในความดูแลของตำรวจหมด และมีการดำเนินการตามกฎหมายทุกอย่าง จะมาสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนไม่ได้เด็ดขาด





