"เด็กปชป." ถามเพิ่ม "30สนช." หวังเพิ่มประสิทธิภาพทำงาน หรือรองรับคนเกษียณ ชี้ส่อบบานเพิ่มปีละ 62 ล้านบ.
นายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวเพื่อเพิ่มสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จาก 220 เป็น 250 คน โดยระบุว่า เพื่อพิจารณากฎหมายสำคัญว่า ตนอยากตั้งคำถามถึงรัฐบาลว่ามีเหตุผลอะไรที่จะต้องเพิ่มจำนวนสนช. ที่ผ่านมามีการพิจารณาถึงประสิทธิภาพการทำงานของสนช. แล้วหรือยัง เป็นการเพิ่มจำนวนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน หรือเพียงแค่เป็นการรองรับกลุ่มคนที่จะเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายนนี้หรือไม่ ตนอยากให้ทบทวนเพราะการเพิ่มจำนวนสนช.หมายถึงค่าใช้จ่ายที่จะต้องเพิ่มขึ้นตามมาราว 62 ล้านบาทต่อปี หากมีการเพิ่มสนช.ตามที่มีการเสนอข่าว
นอกจากนี้ นายบุญยอด ยังได้กล่าวถึงตัวเลขค่าใช้จ่ายที่รัฐต้องนำงบประมาณมาดำเนินการว่า สนช. 1 คน ได้รับเงินเดือนรวม 113,560 บาท สามารถตั้งผู้เชี่ยวชาญได้ 1 คน เงินเดือน 24,000 บาท ผู้ชำนาญการอีก 1 คน เงินเดือน 2 หมื่นบาท ผู้ช่วย 15,000 บาท รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 172,560 ต่อ สนช. 1 คน เท่ากับปีละ 2,720,070 บาท เพิ่ม 30 คน คิดเป็นค่าใช้จ่ายมากกว่า 62 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ยังไม่รวมเบี้ยประชุมกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ในขณะที่สถิติการประชุมเช่น วาระการถอดถอนนายประชา ประสพดี อดีตรมช.มหาดไทย มีผู้เข้าร่วมประชุม 154 จาก 220 คน คิดเป็นร้อยละ 70 เท่านั้น ที่สำคัญในวันเดียวกันบางวาระที่ต้องลงมติมีผู้เข้าร่วมประชุมเพียงแค่ 136 คนเท่านั้น เหตุใดสมาชิกจึงเข้าร่วมประชุมน้อยขนาดนี้ คนที่ไม่เข้าร่วมประชุมหายไปไหน และเมื่อดูบันทึกรายงานการประชุมโดยทั่วไปเฉลี่ยแล้วจะมีผู้เข้าร่วมประชุมเพียง 170 คนเท่านั้น
“รัฐบาลควรจะใช้จ่ายงบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการบริหารประเทศ ซึ่งจำนวนสนช.ที่มีอยู่ในปัจจุบันก็ยังไม่ร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกันเท่าที่ควร สิ่งที่สนช.ควรทำจึงไม่ใช่การเพิ่มจำนวนแต่เป็นการติดตามสนช.ปัจจุบันให้มาปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มประสิทธิภาพจะดีกว่า ถ้าตามคนที่มีอยู่มาทำงานไม่ได้จะเพิ่มคนงานอีก ไม่ว่าโรงงานไหน บริษัทไหนก็ไม่ให้ แถมยังต้องกลับมาพิจารณาด้วยว่าคนที่อยู่แต่ไม่ทำหน้าที่ยังควรอยู่ในตำแหน่งหรือไม่ เพราะถ้าคนเหล่านี้ไม่มีเวลาที่จะปฏิบัติหน้าที่เพราะมีตำแหน่งซ้ำซ้อนอยู่ ก็ควรออกจากตำแหน่งไปแล้วเปิดทางให้คนอื่นมาทำหน้าที่แทน จะดีกว่ามาเพิ่มจำนวน สนช. อีก 30 คน” นายบุญยอด กล่าว




