วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ซูเปอร์บอร์ดศึกษา’ทุ่ม3.4หมื่นลบ.ให้ทุนปริญญาเอก

"ซูเปอร์บอร์ดศึกษา" ไฟเขียวงบประมาณ 3.4 หมื่นล้านบาท ผลิตนักวิจัยระดับปริญญาเอก 12,390 คน ระยะ 20 ปี

วานนี้ (19 ส.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา หรือ ซูเปอร์บอร์ดการศึกษา ได้อนุมัติแผนปฏิบัติการโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) ระยะที่ 2 ระยะเวลา 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) ซึ่งโครงการนี้เป็นการให้ทุนการศึกษาระดับปริญญาเอกมุ่งผลิตนักวิจัย

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าภายใต้แผนปฏิบัติการคปก.ได้มีปรับให้ทุนกับกลุ่มนักวิจัยเพื่อรองรับกับยุทธศาสตร์ของประเทศ และอุตสาหกรรมไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งตลอดแผนจะต้องใช้งบประมาณทั้งสิ้น 34,380 ล้านบาท มีเป้าหมายผลิตนักวิจัยทั้งหมด 12,390 คน

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เห็นควรให้แบ่งการดำเนินการเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 งบประมาณปี 2560 ระยะที่ 2 งบประมาณปี 2561- 2562 และระยะที่ 3 ช่วงงบประมาณปี 2563-2579 โดยพิจารณาจากความสำคัญและความเร่งด่วน และให้ สกว.รับข้อสังเกตจากที่ประชุมไปพิจารณาปรับปรุงร่างแผนปฏิบัติการเพื่อนำเสนอครม. ตามขั้นตอนต่อไป

ในครั้งนี้ได้มีการอนุมัติงบประมาณเพื่อดำเนินการ คปก. เฉพาะปี 2560 ทั้งหมด 1,075 ล้านบาท สำหรับให้ทุนการศึกษาทั้งหมด 460 คน แยกเป็นการให้ทุนภายใต้ 3 ยุทธศาสตร์ คือ ยุทธศาสตร์ที่ 1 คปก.โลกาภิวัตน์ โดยให้ทุนนักศึกษาในสาขาที่สอดคล้องกับการเติบโตของอุตสาหกรรมที่เป็น new engine of growth ทั้งหมด 300 ทุน ทุนละ 2.5 ล้านบาท

ยุทธศาสตร์ที่ 2 คปก.อาเซียน+6 เป็นการให้ทุนนักศึกษาอาเซียนมาเรียนในประเทศไทย โดยเฉพาะในสาขาวิชาที่ประเทศไทยมีความเข้มแข็งรวม 60 ทุน 2,400,000 บาทต่อทุน และยุทธศาสตร์ที่ 3 คปก.เพื่อหน่วยงานภาครัฐ โดยการผลิตบุคลากรระดับปริญญาเอกร่วมกับหน่วยงานรัฐที่ไม่ใช่สถาบันการศึกษารวม 100 ทุน 2,400,000 บาทต่อทุน

ในส่วนของปี 2561 มีการเสนอที่จะให้ทุน 461 ทุน งบประมาณ 1,077.25 ล้านบาท ที่ประชุมได้ให้มีการปรับในรายละเอียดการใช้งบประมาณแล้วเสนอเข้ามาอีกครั้ง โดยรัฐบาลชุดนี้จะอนุมัติงบประมาณเฉพาะปี 2560-61 เท่านั้น ส่วนงบประมาณตั้งแต่ปี 2562-2579 จะเป็นส่วนที่รัฐบาลหน้าเข้ามารับช่วงดูแลต่อเนื่อง

“รัฐบาลนี้อนุมัติแผนระยะ20ปีไปก่อน แต่ส่วนของแผนการใช้งบประมาณนั้นจะได้อนุมัติเฉพาะปี 2560-61ส่วนระยะที่เหลือจะเป็นรัฐบาลหน้าเข้ามารับช่วงและอนุมัติงบประมาณต่อไป” พล.อ.อ.ประจิน กล่าว

รายงานข่าวจากที่ประชุมซูเปอร์บอร์ดการศึกษา กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับแผนปฏิรูปการศึกษาระยะ 15 ปี (2560-2574) ซึ่งก่อนหน้าที่จะจัดทำแผนนี้ได้มีการจัดทีมลงไปค้นหาปัญหาข้อบกพร่องของระบบการศึกษา ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานซึ่ง สามารถแยกออกมาได้ 32 ประเด็น นำไปสู่การจัดทำแผนปฏิรูป

ทั้งนี้ การขับเคลื่อนผ่านกลไกประชารัฐ คือมีภาครัฐ เอกชน และประชาสังคมร่วมกันขับเคลื่อน ซึ่งหลังจากนี้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี จะได้ไปประชุมร่วมกับภาคเอกชน 12 องค์กรธุรกิจที่จะเข้ามาร่วมขับเคลื่อนการปฏิรูป เพื่อให้เอกชนทราบถึงแผนปฏิรูปทั้ง 10 ด้านต่อไป

ทั้งนี้ การปฏิรูป4ด้านประกอบด้วย1.โครงสร้างและการบริหารงบประมาณโดยจัดโครงสร้างการบริหารงานใหม่ที่บูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อก่อให้เกิดประสิทธิภาพและตอบโจทย์ความต้องการของสถานศึกษาและนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษอย่างแท้จริง

2.การบริหารงานบุคคล โดยมีการจัดทำข้อมูลแผนที่แสดงอัตราการขาด-เกินข้าราชการครู พนักงานราชการ และครูอัตราจ้างจัดทำแผนอัตรากำลังครู การผลิตและพัฒนาครูอย่างเป็นระบบ แผนดำเนินการในการแก้ปัญหาการบรรจุ โยกย้าย และแต่งตั้งการปรับหลักสูตรการผลิตครูที่มีคุณภาพ และการบริหารจัดการครูในโรงเรียนขนาดเล็ก

3.ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารและจัดการศึกษาโดยบูรณาการและพัฒนาเครือข่าย ICT/MIS ขยายการบริการ DLTV & DLIT จัดทำฐานข้อมูลผู้เรียน/บุคลากรการศึกษาที่เชื่อมโยงระหว่างสถานศึกษาทุกสังกัด

4.คุณภาพและมาตรฐานการศึกษาโดยมีแผนการดำเนินการสำคัญ เช่นการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาโครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้การขับเคลื่อนโครงการประชารัฐ การยกระดับภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนและครูปรับระบบการสอบ O-NET ปรับปรุงการประเมินและประกันคุณภาพการศึกษา การจัดให้มี STEM Education ทุกโรงเรียน ภายใน 5 ปี

นอกจากนี้ สร้างระบบที่ยืดหยุ่นในการเข้าสู่การศึกษาในแต่ละระดับ เช่น กำหนดให้มีจำนวนที่นั่งให้กับนักศึกษาที่จบ ปวช. มาศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี การจัดการศึกษาอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ทวิศึกษา สหกิจศึกษา และทวิวุฒิ ได้วุฒิการศึกษาทั้งของสถาบันการศึกษาไทยและต่างประเทศ และการส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนความขีดความสามารถโดยจัดให้มีแบบทดสอบความถนัด