สตช. ยันเหตุระเบิด5จังหวัดใต้ เป็นการก่อวินาศกรรม ปมขัดแย้งภายในประเทศ ไม่เชื่อมโยงเหตุ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เผยคุมผู้ต้องสงสัยสอบแล้ว
พลตำรวจตรีปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ไม่ใช่การก่อการร้าย แต่เป็นการก่อวินาศกรรมเฉพาะจุด ยืนยันไทยไม่มีความขัดแย้งเกี่ยวกับเชื้อชาติ ศาสนา ดินแดน ชนกลุ่มน้อย หรือกลุ่มไอซิส และไม่เชื่อมโยงกับสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่เหตุดังกล่าวเป็นความขัดแย้งภายในประเทศ และเป็นการสร้างสถานการณ์ก่อกวน ขณะนี้ไม่สามารถชี้ชัดได้ว่า เหตุดังกล่าวเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ หรือ การเมือง ต้องรอการตรวจสอบอย่างละเอียด แต่ก็ไม่ตัดประเด็นก่อเหตุใดทิ้ง ส่วนเหตุเพลิงไหม้ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี อยู่ระหว่างตรวจสอบความเชื่อมโยง และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ ปี 2558 แต่ขณะนี้ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไปสอบสวนแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยจำนวนบุคคล รวมถึงรายละเอียดต่างๆ ได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่า จะต้องใช้กฎหมาย หรือพระราชกำหนด พิเศษ ในสถานการณ์นี้หรือไม่ ต้องรอให้ฝ่ายรัฐบาลเป็นผู้ประเมินสถานการณ์
อย่างไรก็ตาม จากการข่าวก่อนหน้านี้ ไม่มีรายงานการก่อเหตุในประเทศไทย หลังเกิดเหตุรุนแรงในหลายประเทศ แต่ก็ได้เฝ้าระวังเหตุตลอดเวลา ซึ่งพลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้วิทยุสั่งการด่วนที่สุด กำชับให้ทุกหน่วยในสังกัด กองบัญชาการตำรวจนครบาล หรือ บช.น. , ตำรวจภูธรภาค 1 ถึง 9 และ ศูนย์ปฎิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศชต. เพิ่มความเข้มงวดตรวจตราสถานที่สำคัญทางราชการ , เอกชน , สถานที่เชิงสัญลักษณ์ , โดยเฉพาะสถานีขนส่งทางบก รถไฟ รถไฟฟ้า ท่าอากาศยาน สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร สถานบริการที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แหล่งชุมชน ตลาดนัด ถนนคนเดิน และสถานที่สำคัญอื่นๆ
โดยให้ตั้งจุดตรวจจุดสกัด พร้อมจัดกำลังตรวจค้นบุคคล ยานพาหนะ วัตถุต้องสงสัย และสิ่งผิดกฎหมาย พร้อมประสานหน่วยงานปกครอง เครือข่ายอาสาสมัครภาคประชาชน และฝ่ายรักษาความปลอดภัยสถานที่สำคัญต่างๆ เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย จดจำตำหนิ รูปพรรณบุคคล ยานพาหนะ และวัตถุต้องสงสัย รวมถึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน วางระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน ประสานโรงพยาบาล และมูลนิธิกู้ภัย ทุกแห่งให้พร้อมสนับสนุนการปฎิบัติงานเมื่อเกิดเหตุ พร้อมตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวน โดยมอบหมายให้ พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน โดยมีพลตำรวจเอกพงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ช่วยดูแลความสงบเรียบร้อย
นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือจากประชาชน ช่วยสอดส่งบุคคล หรือกลุ่มบุคคลต้องสงสัย หากพบสิ่งผิดปกติ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบได้ทันที และในเวลา 14.00น. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะประชุมวีดีโอคอนเฟอเร้นท์กำชับสั่งการความคืบหน้าภาพรวมเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น
ทางด้านพันตำรวจเอกกฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ตำรวจได้มีการดูแลพื้นที่ทั้งประเทศอยู่แล้ว ส่วนผู้ที่ออกมารวมกลุ่มกันในสถานที่สำคัญต่างๆ เพื่อเล่มเกมโปเกม่อนโก หวังว่า จะเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และเพิ่มความระมัดระวังการออกมาเล่นเกม และไม่ได้ห้ามเล่นเกมในพื้นที่โดยขอให้มั่นใจซึ่งตำรวจวางมาตรป้องกันเหตุเข้มงวด





