ผบ.ตร.สั่งจับตาการเคลื่อนไหว หลังลงประชามติ แจงผลภาพรวมทั่วประเทศทำผิด 88 ราย
พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.เดชา ชวยบุญชุม ผู้ช่วยผบ.ตร.ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยการออกเสียงประชามติ ตร. ประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องประจำศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยการออกเสียงประชามติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศรส.ปต.ตร.)ภายหลังปิดหีบการลงเสียงประชามติใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง
จากนั้น พล.ต.อ.พงศพัศ แถลงสรุปการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียประชามติฯทั่วประเทศว่า มีการดำเนินคดีทั้งหมด 88 คดีเป็นความผิดเกี่ยวกับการฉีบบัตรออกเสียงประชามติ 60 คดี แยกเป็นพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) 10 ราย กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค(บช.ภ.)1 จำนวน 11 ราย บช.ภ.2 จำนวน 8 ราย บช.ภ.3 จำนวน 8 ราย บช.ภ.4 จำนวน 1 ราย บช.ภ.5 จำนวน 6 ราย บช.ภ.6 จำนวน 7 ราย บช.ภ.7 จำนวน 5 ราย บช.ภ. 8 จำนวน 2 ราย บช.ภ.9 จำนวน 2 ราย
ขณะที่ความผิดฐานขัดขวางกกต. มีจำนวน 1 ราย ในพื้นที่บช.น. และความผิดฐานจำหน่ายสุรา มี 27ราย พื้นที่ บช.น. 6 ราย บช.ภ.1 จำนวน 2 ราย บช.ภ.2 จำนวน 1 ราย บช.ภ. 3 จำนวน 12 ราย บช.ภ.4 จำนวน 2 ราย บช.ภ.7 จำนวน 2 ราย และ บช.ภ.9 จำนวน 1 รายโดยรวมทุกฐานความผิดทั้งสิ้น 88 ราย
พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวต่อว่า ภาพรวมในวันนี้เรียบร้อยดี ได้รับความร่วมมือทุกฝ่าย ทั้งผู้มีกระทำผิดที่เจนตนาและไม่เจตนาก็ให้ข้อมูลเป็นอย่างดี ซึ่งหลังจากนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งการทุกหน่วยทั้งสันติบาลและหน่วยความมั่นคง ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆที่จะออกมาเคลื่อนไหว หลังออกเสียงประชามติ ตำรวจมีข้อมูลอยู่แล้ว โดยเฉพาะการประกาศรวมตัวกันของกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอยืนยันว่า หากทำผิดหรือขัดคำสั่ง คสช.จะถูกดำเนินคดีทุกราย
รอง ผบ.กล่าวถึงกรณี พ.ต.ต.พลกฤษณ์ พึ่งจิตต์ สารวัตรสังกัดโรงเรียนนายร้อยตำรวจ นำบัตรออกนอกหน่วยและทำลายบัตรออกเสียงประชามติว่า มีการแจ้งข้อหากับ พ.ต.ต.พลกฤษณ์และเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งแล้ว แต่จากการสอบสวนเบื้องต้นเชื่อว่าไม่มีเจตนา
ด้าน พล.ต.ท.เดชา กล่าวว่า ในจำนวน 60 รายที่มีการฉีกทำลายบัตรลงเสียงประชามติ มีการร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนดำเนินคดีแล้ว ส่วนใหญ่เกิดจากคนมีอายุที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่ต้องดำเนินคดีไปก่อน เนื่องจากความผิดสำเร็จแล้ว ต้องดูเจตนาเป็นสำคัญ ยืนยัน ตำรวจไม่ไปกลั่นแกล้งใคร ซึ่งการดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมมีหลายขั้นตอน ทั้งพนักงานสอบสวน อัยการ ศาล การพิจารณาก็ต้องดูองค์ประกอบหลายอย่าง บางคนถ่ายภาพ เซลฟี่ บางคนใส่เสื้อที่มีข้อความหมิ่นเหม่ ต้องพิจารณาว่าผิดกฎหมายลงประชามติหรือไม่ แต่ที่ผิดชัดเจนคือกรณี นายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ นายกสมาคมเพื่อเพื่อนและนักกิจกรรมทางการเมือง นักศึกษา มธ. คดีนี้ดำเนินคดีทุกข้อหาเด็ดขาด
“ความผิดฉีกบัตรส่วนใหญ่ เป็นผู้มีอายุ เข้าใจผิดว่า บัตรออกเสียงมี 2 ส่วนจึงฉีกออก ซึ่งหากจะดำเนินคดีเอาผิดต้องให้ กกต. มาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน ในฐานะผู้เสียหาย ส่วนคนมีเจตนาฉีกบัตร เช่น ในพื้นที่ สน.บางนา ก็ดำเนินการโดยเฉียบขาด เนื่องจากมีการกระทำความผิดชัดเจน ขณะเดียวกันไม่พบการก่อเหตุอาชญากรรมต่าง ๆ ในช่วงลงประชามติ ทุกพื้นที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ” รองผอ.ศรส.ปต.ตร. กล่าว





