เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ ขอเป็นประชาชน
มีคำถามขึ้นมาทันทีว่า เจตนารมณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอถอดหัวโขน ทั้งนายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. เพื่อเป็นประชาชนคนธรรมดาโหวตรับร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง นั้น พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการสื่อถึงอะไรและสื่อถึงใคร
นับเป็นครั้งแรกที่ พล.อ.ประยุทธ์ ให้ความชัดเจนว่า คิดอย่างไรกับร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังจะมีการทำประชามติในอีก 2 วันข้างหน้า ถึงแม้ว่าจะออกตัวว่าการให้ความเห็นในครั้งนี้ ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ไม่ใช่หัวหน้า คสช. หรือนายกรัฐมนตรี
แต่การที่ พ.อ.นิมิตต์ สุวรรณรัฐ ผู้บัญชาการกรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ ในฐานะนายทหารคนสนิท มาบอกกับผู้สื่อข่าวว่า นายกรัฐมนตรี อยากตอบคำถามว่า จะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ นั่นก็ทำให้คำถามในก่อนหน้านี้มีคำตอบ
แต่ประเด็นสำคัญที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจแสดงจุดยืนในครั้งนี้ น่าจะเป็นเพราะ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่หลบหนีโทษจำคุก 2 ปีในต่างประเทศ ออกมาวิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญว่าเป็นร่างรัฐธรรมนูญงี่เง่าที่ไร้ประโยชน์และจะทำให้ทหารกุมอำนาจได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทิ้งท้ายด้วยคำสบประมาทที่ว่ารัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง จะไม่สามารถบริหารประเทศ หรือจัดการปัญหาเศรษฐกิจภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้
เพราะทันทีที่รู้ว่า นายทักษิณ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ได้ให้ฝ่ายกฎหมายศึกษาว่า จะสามารถแสดงจุดยืนในเรื่องร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงได้หรือไม่ เมื่อได้คำตอบว่าสามารถทำได้ ก็เลือกโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ ซึ่งเหล่านักเรียน จปร.ทราบกันดีว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อแสดงจุดยืน
“ในส่วนตัวผมจะไปลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ในฐานะที่เป็นคนไทยคนหนึ่ง และจะเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ รวมถึงคำถามพ่วง เพราะถ้าเลือกอย่างหนึ่งอย่างใด ก็ไปไม่ได้ ทุกอย่างก็จะวนกลับมาอยู่ที่เดิม ทั้งนี้ผมได้ศึกษารายละเอียดครบถ้วนแล้ว เห็นว่ารับได้ พร้อมกล่าวย้ำว่าจะไม่สืบทอดอำนาจ” พล.อ.ประยุทธ กล่าว
นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังต้องการสื่อถึงเจตนารมณ์ของตนเองให้ประชาชนได้รู้ว่า หลังเข้ามาแก้ไขปัญหาวิกฤติบ้านเมืองตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 จนบ้านเมืองดีขึ้นว่า ทหารยังคงพร้อมที่จะเข้าไปช่วยเหลือประชาชนตลอดไป ไม่ว่าจะมี คสช.หรือไม่ก็ตาม
ขณะเดียวกัน ร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านการลงประชามติในวันที่ 7 สิงหาคม หรือไม่ คงไม่ใช่ปัญหา แต่ พล.อ.ประยุทธ์ มุ่งหวังให้ประชาชน ออกมาใช้สิทธิ์โดยปราศจากการชี้นำ เพราะจะเป็นการแสดงให้เห็นว่า ประชาชนเริ่มเข้าใจคำว่า ระบอบประชาธิปไตยมากขึ้น
นายโคทม อารียา แกนนำกลุ่มพลเมืองผู้ห่วงใย มองว่า เป็นสิ่งที่ดี ที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศเจตนารมณ์ของตนเองที่ชัดเจนต่อสาธารณะ แต่จะมีผลที่ทำให้สมาชิกของเครือข่ายแม่น้ำ 5 สาย อาทิ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เห็นคล้อยตามและลงประชามติตาม หรือไม่นั้น ก็เชื่อว่าเมื่อพวกเขาลงเรือลำเดียวกันแล้ว จึงเป็นธรรมชาติที่จะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนจะทำให้เกิดความผันแปรการตัดสินใจของประชาชนหรือไม่นั้น ไม่ทราบเพราะไม่มีเครื่องมือชี้วัด แต่เชื่อว่าผู้ที่นิยมในตัวของพล.อ.ประยุทธ์ หรือรัฐบาลคงตัดสินใจไว้แล้ว
แต่หากผลการลงประชามติเป็นตรงกันข้าม นายกรัฐมนตรีก็ไม่ต้องลาออกแบบนายกรัฐมนตรีอังกฤษ เพราะเป็นคนละบริบทกัน





