วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'พุทธะอิสระ' บุกกองปราบฯ ชี้แจงหลังถูกแจ้งจับบุกรุกป่า

โวยสมุนวัดดังแกล้ง! "พุทธะอิสระ" เข้าพบ พงส. กองปราบฯ ชี้แจงโครงการลูกปลูกป่าให้พ่อ ภายหลังถูกแจ้งจับว่าบุกรุกป่าหลายแห่ง

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พระสุวิทย์ ธีรธัมโม หรือหลวงปู่พุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม พร้อมด้วยทนายความ เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.วิวรรธน์ หลีเกษม รองสารวัตร (สอบสวน) กก.4 บก.ป. เพื่อนำเอกสารหลักฐานและรายละเอียดโครงการลูกปลูกป่าให้พ่อ รวมทั้งภาพถ่ายกรณีที่เข้าไปปลูกป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติบ้านใหม่วังผาปูน ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ และในผืนป่าแห่งอื่นตามโครงการดังกล่าว มามอบให้พนักงานสอบสวนประกอบการพิจารณาดำเนินคดี

หลังจากเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่ผ่านมา มีชมรมฯแห่งหนึ่ง ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีพระสุวิทย์ ในความผิดฐานบุกรุกป่าสงวนฯ

พระสุวิทย์ กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นสืบเนื่องจากนายโลมิรันดร์ ได้ทำหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษยื่นต่อพนักงานสอบสวน บก.ป. เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินคดีกับอาตมา โดยกล่าวหาว่าบุกรุกเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนฯ จากการทำโครงการลูกปลูกป่าให้พ่อ ซึ่งทำมาอย่างต่อเนื่อง จึงมาแสดงเอกสารหลักฐานต่างๆ และรายละเอียดของการดำเนินโครงการนี้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อพนักงานสอบสวน โดยขึ้นอยู่กับดุลพินิจของพนักงานสอบสวนในการพิจารณา และหากเป็นความผิดก็ยินยอมให้ดำเนินคดีเพื่อเป็นบรรทัดฐานที่ถูกต้องต่อสังคม

ระบุด้วยว่า การเคลื่อนไหวที่ผ่านๆมา อาตมาขอตั้งข้อสังเกตว่า มักจะมีกลุ่มชมรมแปลกๆ ที่ทางวัดดังพยายามจัดตั้งขึ้นมาคอยหาเรื่อง สร้างความเสื่อมเสียให้อาตมาโดยตลอด ซึ่งในส่วนนี้คงต้องมีการตอบโต้กลับไปบ้างโดยจะมีการฟ้องร้องกลับในความผิดฐานแจ้งความเท็จ และหมิ่นประมาท ที่ ศาลอาญา ในวันที่ 5 สิงหาคมนี้

พระสุวิทย์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของโครงการลูกปลูกป่าให้พ่อนั้น เป็นโครงการที่คิดและทำขึ้นเพื่อรักษาป่าไม้ให้ลูกหลาน อาตมาได้ร่วมกับทางกรมป่าไม้และชาวบ้านดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2528 ทำมาแล้วในหลายพื้นที่ เดิมพื้นที่ซึ่งเข้าปลูกป่าส่วนใหญ่จะเป็นเขาหัวโล้น จึงนำไม้ยืนต้นเข้าไปปลูกเพื่อให้ผืนป่ากลับมาเขียวชอุ่มเหมือนเดิม ก่อนจะคืนพื้นที่ให้กับทางกรมป่าไม้ ไม่ว่าจะเป็นที่ จ.กาญจนบุรี จ.เชียงใหม่ หรือในอีกหลายๆ พื้นที่

นอกจากนี้ยังเป็นการจัดทำโครงการเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลด้วย แบบนี้หรือที่เรียกว่าเป็นการบุกรุก อีกทั้งโครงการส่วนใหญ่ที่ทำ ก็จะมีการลงนามในบันทึกความร่วมมือ หรือเอ็มโอยู กับทางกรมป่าไม้ แต่ก็มีบางแห่งเท่านั้นที่ไม่ได้ลงนามเป็นลายลักษณ์อักษร

พระสุวิทย์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ดี ยืนยันว่าทุกครั้งที่จะทำโครงการ จะมีผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ หรือข้าราชการประจำในท้องถิ่น และชาวบ้านในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมปลูกป่าเป็นสักขีพยานด้วยทุกครั้ง แต่กลับมีคนบางกลุ่มคิดว่าอาตมาบุกรุกป่า ใช้พื้นที่สร้างโรงงานผลิตสมุนไพร หาผลประโยชน์ใส่ตัว ซึ่งอาตมาขอยืนยันว่าทุกโครงการที่ทำไม่เคยทำเพื่อหาประโยชน์ใส่ตัวแต่อย่างใด ในทางกลับกันวัดดังต่างหากที่มีการรุกล้ำพื้นที่ป่าไปใช้จัดสร้างรีสอร์ท บ้านพักหรู

ด้าน ร.ต.อ.วิวรรธน์ กล่าวว่า ในเบื้องต้นได้รับเรื่องและสอบปากคำพระสุวิทย์ ไว้แล้ว โดยจะมีการพิจารณาข้อเท็จจริงต่างๆ และนำเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชา เพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป