ย่างก้าวที่ออกมาจาก ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯในช่วงนี้เหมือนกับยิงนกนัดเดียวได้ 2 ตัว
ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาพูดถึงความเสียหายโครงการจำนำข้าว ที่เป็นความรับผิดชอบของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สูงถึง 2.86 แสนล้านบาท
จะโดยเจตนาหรืออาจเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่ก็ตาม แต่ม.ล.ปนัดดา เลือกที่จะพูดเรื่องนี้ก่อนห้วงลงประชามติรัฐธรรมนูญไม่ถึง 1 สัปดาห์ ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีความพยายามสื่อเนื้อหาสาระลงไปว่า เป็นรธน.ฉบับปราบคอร์รัปชันและพยายามกีดกันนักการเมืองอยู่นอกวงโคจร
เรื่องความเสียหายจากโครงการจำนำข้าว ต้องเข้าใจกันว่าตัวเลขเป็นคนละตัวกับตัวเลขขาดทุนของโครงการ โดยประมาณการจากนายนิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ) ผลขาดทุนของโครงการรับจำนำข้าวสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ด้วยข้อมูลใหม่ พบว่าผลขาดทุนถึงเดือน พ.ค. 2557 เพิ่มเป็น 5.49 แสนล้านบาท จากการคำนวณเมื่อปี 2557 อยู่ที่ 5.428 ล้านบาท แต่หากคำนวณราคาข้าว เมื่อเดือน พ.ค. 2559 ความเสียหายจะเพิ่มเป็น 5.8 แสนล้านบาท ถ้าหากระบายข้าวช้าไป 1 ปี ความเสียหาย จะเพิ่มขึ้นอีกปีละ 18,300 ล้านบาท
ซึ่งตัวเลขที่ว่านี้ไม่อาจเรียกค่าเสียหายเอาจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ให้ชดใช้ทั้งหมด เพราะการทำโครงการจำนำข้าว ไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาลก็ต้องประสบปัญหาขาดทุนอยู่แล้ว ด้วยเหตุเป็นการดำเนินโครงการเพื่อช่วยเหลือชาวนา
คณะกรรมการจึงคิดค่าเสียหาย โดยคำนวนจากผลขาดทุนประมาณ 5.4 แสนล้านเป็นตัวเลขตั้งต้น ผลขาดทุนเกิดจากส่วนต่างราคาจำนำที่กำหนดสูงเกินไปกับราคาตลาด หลังได้ส่วนต่างที่เป็นผลขาดทุนดังกล่าวแล้ว นำไปลบกับผลประโยชน์ที่ชาวนาได้รับ และค่าบริหารจัดการ จึงออกมาเป็นตัวเลขความเสียหายของโครงการที่ต้องชดใช้
นี่คือส่วนที่จะคิดจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ จากการไม่ใช้ความรอบคอบรัดกุมเพียงพอในการทำโครงการ ปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตโครงการ กำหนดราคาจำนำที่สูงเกินไป
คณะกรรมการความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตั้งขึ้นโดยมอบหมายให้นายจิรชัย มูลทองโร่ย รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน จึงออกมาที่ 2.86 แสนล้านบาท
หลังจากคณะกรรมการชุดนายจิรชัย ใช้เวลาในการไต่สวน รวบรวมข้อมูล พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องชดใช้เข้าให้ถ้อยคำ รวมทั้งพยานจำนวนหลายปาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ เองได้ส่งผู้แทนเข้าชี้แจง พร้อมส่งหนังสือเอกสารชี้แจงเพิ่มเติมหลายรอบ รวมเวลาปีเศษตั้งแต่ตั้งคณะกรรมการในเดือนก.พ.2558 สรุปผลความเสียหายจากคณะกรรมการ จึงถูกส่งไปยังพล.อ.ประยุทธ์รับทราบแล้ว เมื่อประมาณเดือนพ.ค. นายกฯได้พิจารณาผลสอบจากคณะกรรมการ ก่อนส่งไปให้กระทรวงการคลัง ในฐานะผู้เสียหายจากการทำโครงการ ซึ่งกระทรวงการคลังมีคณะกรรมการความรับผิดการละเมิดทางแพ่ง ที่มีอธิบดีกรมบัญชีกลางเป็นประธาน พิจารณาเรื่องนี้
ย่างก้าวที่ออกมาจากม.ล.ปนัดดา ในช่วงนี้เหมือนกับยิงนกนัดเดียวได้ 2 ตัว ตัวแรกเป็นการแสดงให้เห็นว่าประเทศชาติเสียหายจำนวนมากเกิดจากน้ำมือนักการเมือง
ตัวที่2 เป็นการออกมาย้ำตัวเลขความเสียหายอีกครั้ง ให้กระทรวงการคลัง อธิบดีกรมบัญชีกลางที่กำลังพิจารณาได้เห็นชัดเจนว่า คณะกรรมการฯชุดนายจิรชัยใช้เวลาสอบสวนรวบรวมตัวเลขความเสียหายมากว่าปีเศษยืนยันตัวเลขอย่างรอบคอบแล้ว ส่งสัญญาณไปที่กระทรวงการคลัง หากคิดคำนวนค่าเสียหายออกมาน้อยกว่านี้อย่างสุดโต่ง ต้องมีเหตุผลความชอบธรรมเพียงพอในโต้แย้งตัวเลข
ก่อนหน้านี้อธิบดีกรมบัญชีกลางออกมาให้ข่าวประมาณว่าตัวเลขความเสียหายอยู่ในหลักแสนล้าน เมื่อตัวเลขผิดเพี้ยนออกไปมาก ก็ต้องมีคำอธิบายต่อสังคม
อีกฟากหนึ่งของผลพวงจากโครงการรับจำนำข้าวคือฝั่งการระบายออก ในส่วนของการระบายแบบรัฐต่อรัฐ ที่กำลังงวดเข้ามาทุกทีคือ การส่งหนังสือแจ้งคำสั่งทางปกครองให้ข้าราชการและนักการเมือง รวม 6 ราย เพื่อชดใช้ค่าเสียหายกรณีการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) จำนวน 4 สัญญา ปริมาณ 6.2 ล้านตัน มูลค่าความเสียหาย 2 หมื่นล้านบาท
ล่าสุดนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เตรียมลงนาม หนังสือฯเพื่อส่งมอบให้ผู้ต้องชำระค่าเสียหายแล้ว หลังจากทีมกุนซือพยายามหารือซักถามหน่วยงานต่างๆอยู่เป็นเวลานาน ทั้งที่หนังสือที่นายกฯสั่งการถึงให้ดำเนินการเป็นการด่วน
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่จบง่ายๆ โดยหลังจากที่ทั้ง 6 รายได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งทางปกครองจะต้องชำระค่าเสียหายภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือ หากไม่ชำระตามกำหนดจะมีหนังสือแจ้งเตือนไปและให้เวลาอีก 15 วัน หากยังไม่ชดใช้ก็จะออกหนังสือแจ้งมาตรการบังคับทางปกครอง ซึ่งในขั้นนี้จะคณะทำงานเพื่อบังคับทางปกครองของกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้แต่งตั้งขึ้นมาเป็นการเฉพาะจะทำหน้าที่บังคับ ว่าด้วย การยึด หรือ อายัด ทรัพย์ หลังจากได้หารืกับตัวแทนกรมบังคดี สำนักงานและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ตัวแทนจะยังมีสำนักงานคณะกรรมการอัยการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว
ขณะที่ทั้ง 6 ราย สามารถดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลปกครองเพิกถอนคำสั่งภายใน 90 วัน นับตั้งแต่ได้รับหนังสือ โดยฟ้องในประเด็นต่างๆ ทั้งการให้ยกเลิกคำสั่งทางปกครองทั้งหมด การแยกประเด็นฟ้องในส่วนของระยะเวลาการชำระเงิน ประเด็นจำนวนเงินที่ต้องชดใช้ค่าเสียหาย ต้องมาตามดูกันว่า ศาลปกครองจะรับฟ้องหรือไม่ ถ้ารับฟ้องจะมีแนวทางคำสั่งออกมาทิศทางใด จะทำให้ขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่ ตามกำหนดระยะเวลาต้องชะลอออกไปหรือไม่
ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งไม่เคยมีกรณีเรียกค่าเสียหายจากอดีตข้าราชการและนักการเมือง จากความผิดฐานทุจริตอย่างนี้มาก่อน สิ่งที่ทำนอกจากตั้งคณะทำงาน ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้แน่ใจว่าการดำเนินการในทุกอย่างก้าวเป็นไปอย่างถูกต้องไร้ข้อโต้แย้ง แม้เปลี่ยนขั้วอำนาจ พร้อมย้ำทุกบทบาทเป็นไปตามหน้าที่มิได้มีวัตถุประสงค์แอบแฝง
และเพื่อย้ำความถูกต้องได้ยกกรณีศึกษาที่เคยมีการยึดทรัพย์ในฐานความผิดลักษณะเดียวกันนี้มาเป็นแนวทางทำงาน เช่น กรณีรถดับเพลิงของกรุงเทพมหานคร ซึ่งอาจมีการยึดทรัพย์ไปถึงผู้เกี่ยวข้องกรณีบุคคลผู้ทำผิดไม่มีความสามารถชำระค่าเสียหาย
ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ระหว่างการดำเนินการไปตามกระบวนการกฎหมายกับอารมณ์หวาดวิตก พลิกขั้วเปลี่ยนข้าง ยึกๆยักๆสอบสวนแล้วสอบสวนเล่าจนใกล้สิ้นอายุความเข้าไปทุกที





