"หมอวรงค์" ไม่ขัดถ้าร่างรธน.ผ่าน จำเลยจำนำข้าวได้โอกาสอุทธรณ์สู้คดีต่อ ระบุไม่มีหลักฐานใหม่รูปคดีก็ไม่เปลี่ยน
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ระบุว่าหากร่างรัฐธรรมนูญฉฐับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรามนูญ (กรธ.) ผ่านการทำประชามติ จะทำให้ผู้ต้องหาคดีรับจำนำข้าวได้ประโยชน์ เนื่องจากมีการลดเงื่อนไขให้นักการเมืองสามารถอุทธรณ์ในคดีทุจริตได้ง่ายขึ้นว่า ในเรื่องการให้สิทธิ์นักการเมืองได้อุทธรณ์นั้น ตนได้ฟังและได้อ่านคำชี้แจงจากผู้เกี่ยวข้องอาทิ โฆษกกรธ.รวมไปถึงนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีที่บอกว่าการให้สิทธ์นักการเมืองได้อุทธรณ์ทั้ง 2 ศาลนั้นเพื่อต้องการให้เป็นไปตามหลักสากล ซึ่งเรื่องนี้ตนเห็นด้วย เพราะที่ผ่านมาการให้นักการเมืองได้ขึ้นศาลแค่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเพียงแค่ศาลเดียวนั้นทำให้ถูกวิจารณ์จากองค์กรระหว่างประเทศว่าเป็นการลิดรอนสิทธิมนุษยชน จนมีการเรียกร้องให้ประเทศไทยต้องปรับตรงนี้ให้เป็นหลักสากลมากขึ้น
นพ.วรงค์กล่าวอีกว่า ในเรื่องคดีรับจำนำข้าวนั้น ส่วนตัวคิดว่าอย่างไรรูปคดีก็ยังคงเหมือนเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าเขาถูกตัดสินว่าผิดในการขึ้นศาลครั้งแรก หากพวหเขาไม่มีหลักฐานใหม่ ในการขึ้นศาลครั้งที่ 2 ก็คงไม่มีผลต่อรูปคดี เพราะคงไม่มีอะไรไปสู้ในชั้นศาล เพียงแต่ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำให้การดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในการรับจำนำข้าวมีความเป็นสากลและยึดตามหลักสิทธิมนุษยชนมากขึ้น ทั้งนี้ขอย้ำว่าตนไม่ได้ขัดแย้งอะไรกับนายอภิสิทธ์เลย แต่เป็นเรื่องของมุมมอง ที่ตนมองแตกต่างจากนายอภิสิทธิ์เท่านั้นเอง โดยบางคนก็อยากจะให้คดีนักการเมืองตัดสินเร็วๆ เวลามีการอุทธณ์ขึ้นมา เขาก็ไม่สบายใจ แต่ในเชิงหลักสากลแล้ว ก็ต้องการให้มีการอุทธรณ์ในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ ซึ่งก็สมเหตุสมผลดีถ้าหากเรายังต้องการที่จะอยู่ในสังคมโลก เราก็ต้องปรับตัวเราให้เหมาะสม





