วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘คันทรี่กรุ๊ป’ ใช้พอร์ตเติมเงินสด

"คันทรี่ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์"ใช้พอร์ตลงทุนสร้างกระแสเงินสดต่อยอดสู่ธุรกิจใหม่ เดินหน้าเทคโอเวอร์เพิ่มหวังผลตอบแทนไม่ต่ำกว่า15%

นายทอมมี่ เตชะอุบล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) CGH เปิดเผยว่า ความคืบหน้าในการขายพอร์ตนักลงทุนรายบุคคลให้กับ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนหน้า ซึ่งการขายพอร์ตดังกล่าวจะเป็นหนึ่งในแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจ อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมีแผนที่จะคงพอร์ตบริษัทหลักทรัพย์ไว้เพื่อสร้างกระแสเงินสดให้กับบริษัท

“ความคืบหน้าของการขายพอร์ตนักลงทุนรายย่อยนั้น คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนหน้า ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีมูลค่าเท่าไหร่ แต่ทั้งหมดจะบันทึกกำไรในไตรมาส3 ซึ่งสิ่งที่เราขายให้กับยูโอบีคือสาขาจำนวนกว่า 40 สาขาที่มีอยู่ ซึ่งในฝั่งของบริษัทหลักทรัพย์ สิ่งที่ยังเหลืออยู่จะเป็นพอร์ตการลงทุน และ ด้านวาณิชธนกิจ”

สาเหตุที่ต้องคงพอร์ตการลงทุนไว้ เพื่อนำมาสร้างกระแสเงินสดให้กับบริษัท โดยปัจจุบันเรามีทีมเทรดเดอร์ทั้งสิ้นกว่า 20 คน มีมูลค่าการซื้อขายต่อวันในระดับ 2 -3 พันล้านบาท และสามารถถือหุ้นข้ามคืนได้ที่ในระดับ 300 ล้านบาท โดยพอร์ตดังกล่าวสามารถสร้างกระแสเงินสดให้กับบริษัทได้ปีละไม่ต่ำกกว่า 100 ล้านบาท ช่วยให้บริษัทสามารถนำเงินไปต่อยอดลงทุนในธุรกิจอื่น ๆ ของบริษัทได้มากขึ้น ทั้งนี้บริษัทมีแผนจะเพิ่มทีมเทรดเดอร์ในแต่ละปีที่ระดับ 15-20 % ในแต่ละปี รวมถึงการร่วมมือกับบริษัทต่างประเทศพัฒนารูปแบบการซื้อขายอัตโนมัติให้เพิ่มขึ้น

หลังการเปลี่ยนโครงสร้างทางธุรกิจ สัดส่วนรายได้ธุรกิจหลักทรัพย์จะเหลือ30% ในปี 2563 จากเดิม 50% และรายได้จากธุรกิจอื่นจะเพิ่มขึ้น ทั้งบริษัทลูกที่จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 15% ต่อปี  

ปัจจุบัน บริษัทมีเงินสดอยู่ 1,500 ล้านบาท และได้ขอมติที่ประชุมผุ้ถือหุ้นในการออกหุ้นกู้วงเงิน 2,000 ล้านบาท และการเพิ่มทุนแบบเจาะจงอีก 430 ล้านหุ้น เพื่อเตรียมไว้ลงทุนในธุรกิจที่น่าสนใจ อาทิกลุ่มพลังงาน อสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจการศึกษาในต่างประเทศ โดยวางเป้าหมายกำไรจากเงินลงทุน 15% ต่อปี และปีนี้คาดว่าจะเห็นดีลการเข้าซื้อกิจการ1 ราย 

“กลยุทธ์ดังกล่าวจะทำให้บริษัทมีกำไรในระดับ พันล้านบาทในอีก 5 ปีข้างหน้า ขณะเดียวกัน บริษัทมีเป้าหมายจะเข้าคำนวณในดัชนีเซท 50ในปี 2563” 

สำหรับการเติบโตของบริษัทในปี 2559 น่าจะมีทิศทางที่ดีกว่าปีก่อน โดยในไตรมาส1 ปี2559 บริษัทมีกำไรสุทธิ 51.7 ล้านบาท  จากปีก่อนทั้งปี 60.72 ล้านบาท โดยในครึ่งหลังปีนี้ นอกจากกำไรพิเศษจากการขายพอร์ตลงทุนแล้ว บริษัทจะมีการเติบโตจากรายได้ในบริษัทลูกอย่าง บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี ที่จะช่วยสร้างกระแสเงินสดเพิ่มขึ้น 

ไตรมาส1ปีนี้ กำไรกระเตื้องจากเงินลงทุน

บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) CGH แจ้งผลการดำเนินงานของบริษัท งวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.2559 บริษัทมีกำไรสุทธิ จำนวน 51.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.12 ล้านบาท หรือ 8.66% จากงวดเดียวกันปีก่อน ซึ่งมีกำไรสุทธิ จำนวน 47.58 ล้านบาท

บริษทมีรายได้รวม จำนวน 312.14 ล้านบาท ลดลง 13.44% โดยรายได้ค่านายหน้าลดลง 30.50% เนื่องจากมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์เฉลี่ยต่อวันลดลง สอดคล้องตามมูลค่าการซื้อหลักทรัพย์เฉลี่ยนต่อวันของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเพิ่มขึ้น จำนวน 26.30 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าที่ปรึกษาทางการเงินของบริษัท

กำไรจากเงินลงทุนและตราสารอนุพันธ์เพิ่มขึ้น จำนวน 10.10 ล้านบาท หรือ 23.64% สาเหตุหลักเนื่องจากบริษัทมีกำไรจากการขายเงินลงทุนเพื่อค้าเพิ่มมากขึ้น จากจำนวน 42.75 ล้านบาท เป็น 50.47 ล้านบาท

รายได้อื่นๆ เพิ่มขึ้น 1.13 ล้านบาท จากการได้รับคืนเงินสมทบและผลประโยชน์ที่สมาชิกกองทุนเลี้ยงชีพไม่มีสิทธิ์ได้รับ

บริษัทมีค่าใช้จ่ายรวม ลดลง 24.84 ล้านบาท เนื่องจากการลดลงของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน 12.17% ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของรายได้ค่านายหน้า

บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทรวม จำนวน 9.33 ล้านบาท ลดลง 1.32 ล้านบาท หรือ 12.39% เนื่องจากการลดลงของกำไรสุทธิของบริษัทรวม

บริษัทมีค่าใช่จ่ายภาษีเงินได้ ลดลง 29.05 ล้านบาท หรือ 71.24% จากงวดเดียวกันปีที่แล้ว เนื่องจากบริษัทมีกำไรสุทธิทางภาษีที่ลดลง