ตร.เร่งปฏิรูปองค์กร-กระบวนการสอบสวน-บังคับใช้กฎหมาย เริ่มล็อตแรก 514 สถานีทั่วประเทศ ภายใน 1 ปี บริการแก่ประชาชนแบบเสร็จสิ้นจุดเดียว
พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานขับเคลื่อนและประสานงานการปฏิรูปองค์กรตำรวจ กล่าวถึงการปฏิรูปองค์กรตำรวจ 10 ประเด็นว่า จะดำเนินการไปพร้อมกัน เปรียบเสมือนขบวนรถไฟ 10 โบกี้ตอนนี้ออกเดินทางจากสถานีแรกแล้ว โดยมี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เป็นผู้นำขบวนปฏิรูปให้ถึงปลายทาง มีทั้งสถานีเร่งด่วน 1 ปี สถานีกลางทาง 5 ปี และสถานีสุดท้ายเมื่อครบ 20 ปี โดยข้าราชการตำรวจทุกนายและในทุกระดับที่อยู่ร่วมขบวนการปฏิรูปนี้ต้องร่วมดำเนินการอย่างเต็มที่ และหากผู้ใดไม่ใส่ใจดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูปในการทำหน้าที่ของตนเองหรือการปฏิรูปกระบวนการในการทำงานให้ถูกต้องชอบธรรมตามกฎหมาย หรือระเบียบต่างๆที่เกี่ยวข้องถือว่า เป็นผู้ขัดขวางการปฏิรูปซึ่งจะถูกพิจารณาดำเนินการ
พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า การปฏิรูปสำคัญและเป็นที่จับตาของสังคมและประชาชนที่ต้องเร่งทำให้เป็นรูปธรรมคือ งานสอบสวนและการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งระยะเร่งด่วนต้องแล้วเสร็จใน 1 ปีเพราะที่ผ่านมางานสอบสวนของสถานีตำรวจ ที่จำนวนมากหลายคดี แต่พนักงานสอบสวนไม่เพียงพอทำให้ล่าช้าและบางสำนวนบกพร่อง ขาดการเอาใจใส่ดูแลจากผู้บังคับบัญชา รวมทั้งขาดทีมงานด้านการสืบสวน การพิสูจน์หลักฐาน และงานนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นงานสำคัญต่อการอำนวยความยุติธรรมในเบื้องต้นซึ่งทั้งหมดต้องดำเนินการควบคู่ไปตั้งแต่รับแจ้งความ
“สำหรับสถานีตำรวจที่จำเป็นจะต้องปฏิรูประบบการสอบสวนให้แล้วเสร็จภายในระยะเร่งด่วน 1 ปี มีจำนวนทั้งสิ้น 514 แห่ง เป็นสถานีตำรวจในสังกัด บช.น. จำนวน 30 แห่ง บช.ภ.1 จำนวน 54 แห่ง บช.ภ.2 จำนวน 65 แห่ง บช.ภ.3 จำนวน 60 แห่ง บช.ภ.4 จำนวน 77 แห่ง บช.ภ.5 จำนวน 37 แห่ง บช.ภ.6 จำนวน 32 แห่ง บช.ภ.7 จำนวน 32 แห่ง บช.ภ.8 จำนวน 60 แห่ง บช.ภ.9 จำนวน 39 แห่ง และ ศชต. จำนวน 28 แห่ง โดยทั้งหมดจะต้องจัดชุดพนักงานสอบสวนแบบบูรณาการและพื้นที่รับแจ้งความแบบเสร็จสิ้น ณ จุดเดียว เพื่อคอยให้บริการแก่ประชาชนและรับผิดชอบ ทำสำนวนการสอบสวนด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรม เกิดความเท่าเทียม
และสร้างความไว้วางใจให้กับคู่กรณีในการดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ ที่จะต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใส โดยชุดพนักงานสอบสวนแบบบูรณาการจะต้องมีพนักงานสอบสวนหัวหน้าทีม 1 นาย พนักงานสอบสวนประจำทีม 2 นาย ฝ่ายสืบสวน 2 นาย ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน 2 นาย รวมทั้งทีมสนับสนุนที่เป็นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน นิติวิทยาศาสตร์ เสมียนคดี วัสดุอุปกรณ์ และยานพาหนะ ทั้งนี้ เพื่อให้กระบวนการรับแจ้งความ การสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน และการมีความเห็นทางคดีเป็นไปด้วยความบริสุทธ์ยุติธรรมอย่างแท้จริง” พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวและว่า
สำหรับสถานีตำรวจที่เหลืออีก 982 แห่ง จะมีการปฏิรูปไปพร้อมๆกัน แต่ได้กำหนดกรอบระยะเวลาให้แล้วเสร็จภายในกำหนด 5 ปี โดยในระหว่างที่มีการปฏิรูปการจัดชุดพนักงานสอบสวนแบบบูรณาการนั้น ก็จะมีการปฏิรูปและพัฒนาตัวพนักงานสอบสวนไปพร้อมๆกัน โดยจะมีการฝึกอบรมที่เน้นไปในเรื่องขององค์ความรู้ ทางด้านกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ รวมทั้งการประพฤติปฏิบัติตนตามแนวทางที่ถูกต้องต่อการเป็นพนักงานสอบสวนที่ดีมีคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณของพนักงานสอบสวนอย่างครบถ้วนต่อไป





