"สมชัย" กกต. ชี้ของบฯเอกชนตีปี๊บประชามติทำได้ ขู่สถาบันฯสันติวิธี ม.มหิดลให้ถอดข้อความชี้นำ รธน.
เมื่อวันที่ 17 ก.ค. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ให้สัมภาษณ์ก่อนร่วมเวที “ขีดเส้นใต้ประชามติ” จัดโดยไทยรัฐทีวี ร่วมกับสถาบันศึกษาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล ถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า มีเจ้าหน้าที่สำนักงานบางเขต กทม. มีการไปขอรับการสนับสนุนจากบริษัทห้างร้าน เพื่อลงโฆษณาในป้ายประชาสัมพันธ์ประชามติ ว่า ในระเบียบของ กกต.เปิดช่องให้เอกชนสามารถสนับสนุนประชาสัมพันธ์ร่วมกับ กกต. ในการลงประชามติได้ และสามารถทำได้ทุกพื้นที่ทุกจังหวัด แต่ต้องไม่เป็นการประชาสัมพันธ์ให้กับเอกชน ในเชิงธุรกิจมากเกินไป เพราะงบประชาสัมพันธ์ที่ กกต.ให้ในแต่ละพื้นที่ไม่เพียงพอ แต่หากจะดำเนินการต้องเป็นหน้าที่ของ กกต.จังหวัด กกต.เขต โดยมีหนังสือรับรองอย่างเป็นทางการ แต่หากเป็นการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ภายในจังหวัดเอง ถ้ามีการร้องเรียนในเรื่องของการเรียกรับผลประโยชน์โดยไม่ถูกต้อง หน่วยงานนั้นๆ จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
“หากมีการประชาสัมพันธ์ กรณีการจัดทำเสื้อโลโก้ 7 ส.ค.ประชามติจะต้องใหญ่สุด ขณะที่โลโก้สปอนเซอร์จะต้องอยู่ด้านล่างและเล็ก ไม่ให้ถูกมองว่าเป็นการโฆษณาจนเกินไป และที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ระเบียบนี้อาจจะเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่เรียกรับเงินได้ ก็ยอมรับว่า หมิ่นเหม่ แต่ก็สามารถพิสูจน์ได้ โดยดูจากวงเงินที่ขอจะต้องเหมาะสมกับรูปแบบการประชาสัมพันธ์ และหากมีการเรียกขอเงิน เพื่อดำเนินการลักษณะดังกล่าวของเขต หรือจังหวัดถือว่าไม่เกี่ยวกับ กกต.”นายสมชัย กล่าว
เมื่อถามว่า กกต.ได้ดำเนินการแจ้งความกรณีที่มีกลุ่มวัยรุ่นฉีกบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติทางภาคเหนือตามรายงานของกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า ทราบเรื่องแล้วว่า มีกรณีเกิดขึ้นในพื้นที่ จ.กำแพงเพชร โดยเป็นการกระทำของกลุ่มวัยรุ่นที่มีความคึกคะนอง และอยากเตือนว่า การกระทำดังกล่าวถือว่ามีความผิดตามกฎหมายเพราะเป็นการทำลายทรัพย์สินของทางราชการ
เมื่อถามถึงกรณีการเผยแพร่ข้อมูลของสถาบันสิทธิมนุษยชน และสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล ชื่อเอกสารอนาคตประเทศไทยหลังประชามติ ในตอนที่ 2 ที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ระบุว่าเป็นการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่ของ คสช.ซึ่งระบุว่า คสช.จะอยู่อีก 11 ปีหลังการลงประชามติ ว่า ข้อมูลที่มีการนำไปเผยแพร่มีแนวโน้มที่จะเป็นการชี้นำในทางใดทางหนึ่ง ทั้งนี้อยากให้สถาบันฯ ดังกล่าวที่เป็นหน่วยงานของภาครัฐทบทวนการเผยแพร่ เพราะเรื่องนี้อาจจะเกิดจากการมีพนักงานบางคนลงข้อมูลโดยที่ไม่มีการตรวจสอบ หรืออาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และแจ้งให้มีการแก้ไขแล้ว แต่หากสถาบันฯ ยืนยันว่า จะมีการลงข้อมูลดังกล่าวก็จะไปหารือกับ กรธ.ว่าจะดำเนินการอย่างไร ทั้งนี้ หากสถาบันฯ ยอมถอดข้อความดังกล่าว กกต.ก็จะไม่ดำเนินการใด เพราะถือว่า ไม่มีเจตนาที่จะให้ข้อมูลในทางที่ทำให้เกิดความสับสน แต่หากยังยืนยันเผยแพร่ต่อ กกต.ก็จะนำเรื่องนี้หารือกับศาลรัฐธรรมนูญว่า ข้อความดังกล่าวมีปัญหาหรือไม่ เนื่องจากสถาบันฯ เป็นหน่วยงานราชการ ทั้งนี้ในส่วนของการแจกเอกสารชี้แจงเนื้อหารัฐธรรมนูญที่กกต. จัดพิมพ์จะเริ่มแจกในทุกพื้นที่ได้ตั้งแต่วันที่ 8-22 ก.ค. นี้





