วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดีเอสไอบุกจับตัวการขายยาทำแท้งผ่าน 17 เว็บไซต์

ดีเอสไอบุกจับตัวการขายยาทำแท้งผ่าน 17 เว็บไซต์ พบยอดลูกค้าสั่งซื้อเดือนละ 2,000-3,000 ราย มีรายได้ 10-15 ล้าน

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) -15 ก.ค.59 พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วยนายนิธิต ภูริคุปต์ ผบ.สำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ แถลงถึงการขยายผลสอบสวนกรณีโฆษณาขายยาทำแท้งผ่านทางเว็บไซต์ ซึ่งก่อนหน้านี้ดีเอสไอเคยดำเนินคดีกับผู้ต้องหากลุ่มนี้ไปแล้ว จนกระทั่งศาลตัดสืนว่ามีความผิดจริงและสั่งรอลงอาญาไว้ แต่ดีเอสไอยังพบว่าผู้ต้องหากลุ่มนี้ยังมีการกระทำผิดอีก โดยพ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า จากการสืบสวนก่อนหน้านี้พบมีเว็บไซต์ประกาศขายยาทำแท้ง 10 เว็บไซต์ที่มีความเกี่ยวข้องตามข้อมูลผู้จดทะเบียน รวมถึงยังพบลักษณะการโฆษณาขายยาทำแท้งเชื่อมโยงในแบบเดียวกันอีก 17 เว็บไซต์

จึงได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวนขอหมายค้นจากเข้าไปตรวจสอบสถานที่ใช้งานตามอินเตอร์เน็ตและตามไอพี แอดเดรสของระบบคอมพิวเตอร์ รวม 8 แห่ง ประกอบด้วย คลีนิคผู้ต้องสงสัย บ้านตัวการ ซึ่งเป็นของแพทย์ใหญ่รายหนึ่ง บ้านผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม สถานประกอบการลิสซิ่งของเครือข่ายผู้กระทำความผิด สถานที่ทำการส่งยาทำแท้ง บ้านผู้ต้องหาตามหมายจับ ที่ทำหน้าที่กดเงินที่ได้จากการขายยาทำแท้ง และอาคารพาณิชย์ของเครือข่ายอีก 2 แห่ง

ด้านนายนิธิ กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลพบแต่ละเดือนมียอดสั่งซื้อยาทำแท้งประมาณ 2,000-3,000 คน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีเงินหมุนเวียนที่ถอนออกจากบัญชีเฉลี่ยเดือนละ 10-15 ล้านบาท โดยยาที่นำมาประกาศขายถือเป็นยาต้องห้ามนำเข้า ยังไม่เคยได้รับอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนตำรับยา เพราะเป็นอันตรายทั้งยาเอ็มทีพิล ( MTPill) และยาไซโทลอค (Cytolog) ซึ่งทั้ง 2 ชนิดเป็นยาที่ใช้คู่กัน เพื่อยุติการตั้งครรภ์ ซึ่งส่งผลข้างเคียงรุนแรงต่อสุขภาพเพราะยาจะเข้าไปทำปฏิกิริยาบีบกระเพาะ ลำไส้ มดลูก ทำให้รู้สึกอยากขับถ่าย ในบางรายพบว่ามีผลข้างเคียงถึงขั้นเสียชีวิต

เบื้องต้นจากการตรวจค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย มีการแจ้งข้อหาร่วมกันการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน และเผยแพร่ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อยู่โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลเท็จ ตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และการโฆษณาและจำหน่ายยาแผนปัจจุบันและยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพ.ร.บ.ยา และอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อออกขอศาลอนุมัติหมายจับแพทย์ในจังหวัดนครปฐมที่เป็นตัวการสำคัญร่วมกระทำผิด รวมถึงเร่งดำเนินการด้านภาษีย้อนหลังจากการขายยาเพิ่มเติมด้วย