วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'วิลาศ' มือปราบโกงนอกสังเวียน

“วิลาศ” มือปราบโกงนอกสังเวียน

ในที่สุด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็ตั้งกรรมการสอบ กทม.ทุจริตประดับไฟ ลานคนเมือง ตามที่ สตง.ชงมาให้จัดการ

ส่วนเรื่องการแจ้งความดำเนินคดีต่อ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นั้น จะเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสืบสวนสอบสวนต่อไป

ต้นตอของเรื่องนี้ ต้องยกความชอบให้ วิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. ที่สวมวิญญาณ “มือปราบโกง” ไล่เบี้ยทีมงาน “คุณชายหมู” ชนิดกัดไม่ปล่อย

วิลาศ จันทร์พิทักษ์ เกิดที่สิงห์บุรี แต่มาเติบโตแถวบางกอกใหญ่ ฝั่งธนบุรีโดยเข้าศึกษาชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนฤทธิณรงค์รอนสถาบันการศึกษาเก่าแก่ของเขตบางกอกใหญ่ จากนั้น เรียนจบเภสัชศาสตร์ จากจุฬาฯ จึงได้ประกอบอาชีพเป็นผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท บี เมด ฟามาซูติคอล จำกัด ในเครือห้างยาไทย ที่มีโรงงานอยู่ย่านบางกอกใหญ่ จึงผูกพันอยู่กับเขตบางกอกใหญ่ จนตัดสินใจลงเล่นการเมืองท้องถิ่น และได้รับความไว้วางใจให้เป็น “ประธานสาขาพรรคประชาธิปัตย์ เขตบางกอกใหญ่”

การเมืองเป็นเรื่องไม่แน่นอน เมื่อถึงการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2531 “วิลาศ” ตัดสินใจย้ายจาก ปชป.ไปสังกัดพรรคใหม่คือ พรรคพลังธรรม ของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง “วิลาศ” ได้เป็น ส.ส.สมัยแรก ในสีเสื้อพรรคพลังธรรม โดยมีฐานเสียงสำคัญอยู่เขตบางกอกใหญ่

ปี 2544 ย้ายกลับมาพรรคเก่าคือ พรรคประชาธิปัตย์ และได้เป็น ส.ส.เขตบางกอกใหญ่ มาจนถึงปี 2554 ช่วงหลังนำทันตแพทย์ สุรันต์ จันทร์พิทักษ์ น้องชาย มาลงสมัคร ส.ส.ด้วย แม้จะเป็น ส.ส.เก่าหลายสมัย แต่ไม่เคยได้เป็นรัฐมนตรี อย่างมากก็เป็นเลขานุการรัฐมนตรีตรงกันข้าม “วิลาศ” กลับโดดเด่นในรัฐสภา โดยเฉพาะบทบาทประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร

นี่เป็นจุดเริ่มต้นของฉายา “มือปราบโกง” แห่งรัฐสภา

ในช่วงหลังรัฐประหาร “วิลาศ” อดีต ส.ส.ก็ไม่หยุดการทำหน้าที่ปราบโกง เขาดำเนินการตรวจสอบทุกโครงการที่ได้ข้อมูลว่าเข้าข่ายกระทำการทุจริต โดยเฉพาะการบริหารงานของ กทม. ภายใต้การนำของผู้ว่าฯ สุขุมพันธ์ ที่ตรวจพบว่า มีหลายโครงการที่ได้กลิ่นทุจริต "วิลาศ" ไม่สนใจเสียงวิจารณ์ที่ว่า การสอบเข้มทุกโครงการของ กทม. เป็นความขัดแย้งในพรรค ปชป. ระหว่างขั้วอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับ “คุณชายหมู” ที่ได้รับการสนับสนุนจาก สุเทพ เทือกสุบรรณ ถูกมองว่าอยู่ในฝ่ายอภิสิทธิ์ แต่ตัวเขายืนยันว่า การตรวจสอบทุจริตไม่มีวาระซ่อนเร้น

นับจากนี้ไปจนถึงการเลือกตั้งปี 2560 วิลาศ จะก้าวเดินไปทางไหน และจะเป็นผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ปชป.หรือไม่ ย่อมเกี่ยวข้องกับ “ศึกชิงอำนาจ” ในพรรค ปชป.