วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

มหาเศรษฐีนี คืนที่ดินสปก.1,263ไร่ แฉถูกหลอกซื้อ3,000ไร่

"เพียงใจ" วัย92 มหาเศรษฐีนี ธุรกิจแสนล้าน เครือแลนด์แอนด์เฮ้าส์ คืนที่ดินสปก.1,263ไร่ แฉหมดเปลือกถูกหลอกซื้อ3,000 ไร่ ถูกโกงจนเหลือไม่ครึ่ง

จากกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ประกาศใช้มาตรา 44 คำสั่งที่ 36/2559 เรื่องมาตรการในการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมโดยมิชอบกฎหมาย คำสั่งดังกล่าวประกาศใช้เมื่อวันที่ 5 ก.ค.

โดย เมื่อวันที่ 6 ก.ค. พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายสรรเสริญ อัจจุตมานัส เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ร่วมแถลงข่าวถึงการดำเนินการตามมาตรา 44 หลังหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ลงนามในคำสั่งยึดคืนที่ดินส.ป.ก.จากผู้ครอบครองรายใหญ่ผิดกฎหมายเข้าสู่กระบวนการปฎิรูปที่ดินเนื้อที่ตั้งแต่ 500 ไร่ขึ้นไป ในพื้นที่เป้าหมาย 429 แปลง เนื้อที่ 432,765 ไร่ รวม 25 จังหวัด ซึ่งจังหวัดกาญจนบุรีเป็น 1 ใน 25 จังหวัดที่ต้องดำเนินการ โดยมีเป้าหมาย 14 แปลง ใน 4 อำเภอ รวมเนื้อที่ 14,927 ไร่ และ 1 ใน 14 แปลง เป็นของนางเพียงใจ หาญพาณิชย์ อายุ 92 ปี แม่ของนายอนันต์ อัศวโภคิน ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เศรษฐีระดับแสนล้าน

ต่อมาวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา นายวัชรินทร์ วากะมะนนท์ ปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม (ส.ป.ก.)กาญจนบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารชุดประสานงานประจำพื้นที่ ร.29 ได้นำป้ายไปติดหน้าแปลงแสดงกรรมสิทธิ์เนื้อที่ จำนวน 1,263 ไร่ ที่ติดกับถนนสาย 323 กาญจนบุรี-ไทรโยค หมู่ 5 ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ซึ่งก่อนหน้านี้นายวัชรินทร์ ได้ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมวลชนว่า ถ้าใครครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.มากกว่า 500 ไร่ขึ้น หากยอมส่งมอบคืนพื้นที่ให้กับ ส.ป.ก. ส.ป.ก.จังหวัดกาญจนบุรี จะมอบประกาศเกียรติคุณถึงคุณงามความดีที่มีต่อประเทศชาติ

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.30 น.วันนี้ 13 ก.ค.59 ขณะที่นายวัชรินทร์ วากะมะนนท์ ปฏิรูปที่ดินจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วยนางรจนพรรณ ณรงค์อินทร์ นิติกร ส.ป.ก.กาญจนบุรี นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบที่ดิน ส.ป.ก.จำนวน 900 ไร่ ที่ได้รับการร้องเรียนว่า มีสมาคมชื่อดังแห่งหนึ่งเข้ายึดพื้นที่และมีการทำข้อตกลงกับชาวบ้ายรายหนึ่ง รวมเนื้อที่ขายให้กับวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน หรือวัดเสือ โดยข้อตกลงทำขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2552 ครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญจากธนารักษ์พื้นที่กาญจนบุรี เดินทางไปด้วย เนื่องจากต้องเข้าไปตรวจสอบพื้นที่จำนวน 450 ไร่ ที่ติดกับเขตวัดป่าหลวงตาบัวฯ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ดินราชพัสดุ อยู่ในความดูแลของจังหวัดทหารบกเดิม ซึ่งปัจจุบันเป็นมณฑลทหารบกที่ 17 แต่มีประชาชนร้องเรียนว่ามีผู้บุกรุกยึดถือครอบครอง

ต่อมาเวลาประมาณ 11.15 น.ระหว่างคณะเจ้าหน้าที่กำลังไปตรวจสอบที่ดินจำนวน 450 ไร่นั้น ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.กาญจนบุรีว่า น.ส.เพียงใจ หาญพาณิชย์ พร้อมด้วยนางศศิธร ทองถวิล เลขาส่วนตัว มารอพบที่สำนักงาน ส.ป.ก.ดังนั้นนายวัชรินทร์ จึงรีบเดินทางกลับที่ทำงานเพื่อให้การต้อนรับ โดยคณะสื่อมวลชนได้ติดตามไปรอทำข่าวด้วยเมื่อไปถึงพบว่า น.ส.เพียงใจ พร้อมเลขาส่วนตัว และคณะนั่งรออยู่ที่เก้าอี้นั่งเล่นด้านหลังสำนักงาน นายวัชรินทร์จึงให้เจ้าหน้าที่ไปตาม และมีการพูดคุยกันที่บริหารสำนักงานชั้นล่าง เนื่องจาก น.ส.เพียงใจ อายุมากแล้ว จึงไม่สะดวกที่จะเดินขึ้นบันใดชั้นที่ 2 โดยนายวัชรินทร์ ขอให้สื่อมวลชนรออยู่ที่ห้องประชุมชั้น 2 และจะขอเจรจากับนางเพียงใจด้วยตนเองว่าจะอนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปถ่ายภาพทำข่าวหรือไม่ ไม่นานนักนายวัชรินทร์ ก็มาแจ้งให้สื่อมวลชนทราบว่า น.ส.เพียงใจ พร้อมและยินดีที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

โดย น.ส.เพียงใจ หาญพาณิชย์ ถึงแม้จะมีอายุถึง 92 ปีแล้วก็ตาม แต่ดูท่าทางสุขภาพยังแข็งแรงและยิ้มแย้มแจ่มใส มีเพียงปัญหาทางหูเท่านั้นที่ไม่ค่อยได้ยิน ทำให้เลขาส่วนตัวและผู้ติดตามคอยกระซิบข้างหูเพื่อให้รู้คำถามของสื่อมวลชน โดย น.ส.เพียงใจ เปิดเผยว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวซื้อเมื่อปี 2532 ซึ่งอยู่ในยุคที่ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี สมัยนั้นที่ดินบูมมาก ก่อนที่จะซื้อยอมรับเลยว่าสมัยนั้นไม่เคยรู้มาก่อนว่าที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นของรัฐ ครั้งนั้นมีกลุ่มนายหน้ามาเสนอขายที่ดินให้ ที่จริงแล้วไม่ใช่เนื้อที่ 1263 ไร่ แต่เนื้อที่จริงที่ซื้อคือ จำนวน 3,000 ไร่ โดยซื้อมาในราคาไร่ละ 120,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน 36,000,000 บาท

ต่อมากลุ่มนายหน้ารวมทั้งกลุ่มผู้กว้างขวางในพื้นที่ยุคสมัยนั้น ได้มีการข่มขู่จะเอาชีวิต และเข้ามาโกงเอาที่ดินไปเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งเหลือเพียงแค่ 1,263 ไร่ จึงตัดสินใจนำป้ายมาปักเป็นที่ส่วนบุคคลเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวเข้ามาบุกรุกที่ดินอีก ซึ่งทั้งหมดก็ผ่านมาหลายปีแล้วและอีกสาเหตุหนึ่งที่ตัดสินใจซื้อที่ดินแปลงดังกล่าว เนื่องจากสมัยก่อนผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้นำป้ายมาปักโฆษณาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเอาไว้ว่า "แดนมหัศจรรย์" ถนนติดกับแปลงที่ดิน เป็นถนนที่ค่อนข้างที่จะอัศจรรย์ คือหากนำรถมาจอดบนถนนหันหน้าไปทางภูเขาที่เป็นเนินสูง รถก็จะไหลขึ้นไปอย่างน่าแปลกใจ จึงถือได้ว่าในยุคสมัยนั้นหากใครพบก็จะถือว่าเป็นความอัศจรรย์จริงๆ และการซื้อที่ดินก็เพื่อต้องการทำหมู่บ้าน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้สร้าง

น.ส.เพียงใจ หาญพาณิชย์ เปิดเผยต่อว่า หลังจากที่ทราบว่าที่ดินที่ซื้อมานั้นเป็นที่ดินของ ส.ป.ก.ซึ่งถือว่าเป็นที่ดินของรัฐ ก็ขอยอมรับผิดเองที่ไม่ได้มีการตรวจสอบให้ละเอียดว่าที่ดินนั้นเป็นที่ดินของรัฐ แต่ขณะนี้ตนก็มีความยินดีที่จะส่งมอบคืนให้กับหน่วยงานรัฐด้วยความเต็มใจ การที่มาพบ ส.ป.ก.ในวันนี้ จุดประสงค์ก็คือต้องการมอบที่ดินให้กับ ส.ป.ก.โดยไม่มีข้อแม้ใดๆทั้งสิ้น

ด้านนายวัชรินทร์ วากะมะนนท์ ส.ป.ก.กาญจนบุรี กล่าวว่า จากการบอกเล่าของ น.ส.เพียงใจ ทราบว่าเมื่อประมาณ ปี พ.ศ. 2532 คนในพื้นที่รวมทั้งกำนันและผู้ใหญ่บ้านในสมัยนั้น มาหลอกขายที่ดินให้กับท่าน โดยที่ น.ส.เพียงใจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ดินของรัฐ เพราะฉะนั้นการที่ท่านมาในวันนี้จึงถือได้ว่ามาด้วยความบริสุทธิ์ใจ และได้กับตนว่าในเมื่อเป็นที่ดินของรัฐ ก็ยินดีที่จะคืนที่ดินทั้งหมดให้กับทาง ส.ป.ก.

ดังนั้นตนในฐานะเป็นปฏิรูปที่ดินจังหวัดกาญจนบุรี ที่เคยประกาศผ่านสื่อมวลชลไปก่อนหน้านี้ว่า ถ้าผู้ครอบครองที่ดิน มีจิตรกุศล หรือใจบุญที่ต้องการบริจาคที่กลับคือมาให้กับรัฐ เพราะไม่รู้มาก่อนว่าเป็นที่ดินของรัฐเนื่องจากถูกหลอกให้ซื้อ เมื่อ น.ส.เพียงใจ ยินดีที่จะคืนพื้นที่ให้ ส.ป.ก.ตนก็จะทำเกียรติบัตร เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีของประเทศว่าเรายังมีคนดีของประเทศอยู่ ซึ่งขณะนั้น น.ส.เพียงใจซื้อที่มาเป็นเงินจำนวนหลายล้านบาท แต่ก็ยังยินดีที่จะคืนที่ดินให้กับประเทศชาติ เพื่อให้ ส.ป.ก.นำมาจัดสรรให้กับเกษตรกรผู้ยากไร้ได้มีที่ดินทำกินต่อไป ซึ่งตนจะรีบรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบต่อไป