วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จ่อฟ้องอาญา'ประพัฒน์กับพวก'ใช้อำนาจล้มคดีคลองด่าน

"ทนายกลุ่ม NVPSKG" ยื่นป.ป.ช. ฟันอาญา “ประพัฒน์กับพวก” สมรู้ร่วมคิดใช้ตำแหน่งหน้าที่มิชอบล้ม “คลองด่าน”

ที่สำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. นายไพสิฐ อิ่มเจริญกุล ทนายความผู้รับมอบอำนาจกลุ่มกิจการร่วมค้า NVPSKGยื่นเรื่องร้องทุกข์กล่าวโทษ
ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบนายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ อดีตรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอภิชัย ชวเจริญพันธ์ อดีตอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ นายสุรเชษฐ์ หรือสิรภาพ ดวงสอดศรี นายเสมอ ลิ้มชูวงศ์ นายยงยุทธ ศรีสัตยาชน นายมนู ทองศรี หรือธิติ กนกทวีฐากร ฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขู่หรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 และมาตรา 157 กรณีร่วมกันล้มโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน จ.สมุทรปราการ ซึ่งการยื่นให้ป.ป.ช.ตรวจสอบนั้น ก็เพื่อให้สังคมได้รับรู้ว่าผู้กระทำผิดในเรื่องดังกล่าวเป็นใคร

สืบเนื่องจากกรณีที่นายประพัฒน์ ใช้อำนาจในฐานะ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบด้วยการย้ายนายอภิชัย จากตำแหน่งรองเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ โดยแลกกับการกล่าวอ้างว่า สัญญาโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่านเป็นโมฆะ ซึ่งเป็นการเอาตำแหน่งหน้าที่ทางราชการเข้าล่อเพื่อจูงใจให้นายอภิชัย กระทำการตามความต้องการของตน เพื่อประโยชน์ของพรรคการเมืองที่นายประพัฒน์สังกัดอยู่ ในการกำจัดคู่แข่งทางการเมืองอย่างนายวัฒนา อัศวเหม และนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ เป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบของนายอภิชัย ในการกล่าวอ้างว่าสัญญาดังกล่าวเป็นโมฆะ ทำให้โครงการบำบัดน้ำเสียที่ก่อสร้างแล้วเสร็จไป 98% และมีการจ่ายเงินค่างานไปหมื่นกว่าล้านบาท ต้องถูกทิ้งจมดินโดยไม่มีการใช้ประโยชน์

นายไพสิฐ กล่าวว่า ส่วนนายธาริต นายสุรเชษฐ์ นายเสมอ นายยงยุทธ นายมนู ได้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่กิจการร่วมค้าฯ และกรมควบคุมมลพิษ เนื่องจากในขณะที่ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการตรวจสอบและเสนอแนะการบริหารสัญญาโครงการจัดการน้ำเสีย เขตควบคุมมลพิษ จ.สมุทรปราการ ได้สนองนโยบายที่ดินมิชอบด้วยกฎหมายของนายประพัฒน์ ด้วยการมีมติว่าสัญญาเป็นโมฆะ จนทำให้กรมควบคุมมลพิษถูกกิจการร่วมค้าฯ ฟ้อง และเกิดความเสียหายถึงเกือบหมื่นล้านบาท

นายไพสิฐ กล่าวว่า หลักฐานสำคัญที่นำมายื่นต่อป.ป.ช. ได้แก่ คำสั่งกรมควบคุมมลพิษที่ให้บุคคลที่เกี่ยวข้องต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ตามความเห็นของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดแก่เจ้าหน้าที่ ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด รวมถึงคำให้สัมภาษณ์ และคำเบิกความของนายประพัฒน์ในชั้นศาลซึ่งค่อนข้างชัดเจน นอกจากนั้นนายธาริต ในฐานะคณะกรรมการตรวจสอบฯ ในขณะนั้นยังแนะนำว่าสัญญาดังกล่าวเป็นโมฆะแน่นอน และให้บอกเอกชนให้ยอมรับไปก่อน แล้วค่อยหาทางแก้ไขทีหลัง แสดงว่ารู้ว่าสัญญาไม่ชอบตั้งแต่แรก

นายไพสิฐ กล่าวว่าส่วนกรณีที่กลุ่มกิจการร่วมค้าฯ ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อายัดทรัพย์สินอยู่ หาก ปปง. ไม่ถอนอายัดจะดำเนินการอย่างไรต่อไปนั้น เรื่องนี้ไม่เป็นธรรมที่ ปปง. เอาคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดที่ไม่เกี่ยวข้องมาพิจารณาอายัดในส่วนนี้ เราพยายามขอความเป็นธรรมแล้ว หากไม่มีอะไรคืบหน้า ก็จะยื่นต่อศาลปกครองกลางเพื่อขอความยุติธรรมต่อไป