วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไพบูลย์ค้านเสนอ'สมเด็จช่วง'เป็นสังฆราช เหตุละเมิดวินัยสงฆ์

"ไพบูลย์" ยื่นหน้งสือค้านเสนอ “สมเด็จช่วง” เป็นพระสังฆราช ให้4เหตุผล ละเมิดพระธรรมวินัย เร่งตั้งกก.อิสระสอบข้อเท็จจริง

ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปช.) พร้อม น.พ.มโน เลาหวณิช อดีตศิษย์เอกวัดพระธรรมกาย ยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อคัดค้านการเสนอนามสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (สมเด็จช่วง) เป็นสมเด็จพระสังฆราชคนที่ 20 โดยนายไพบูลย์ กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องคัดค้านการเสนอนามดังกล่าวเนื่องจากพบว่า ยังมีคดีความ มีการล่วงละเมิดพระธรรมวินัย จึงต้องขอให้มีการตรวจสอบ เพื่อไม่ให้เกิดการระคายเคืองเบื้องพยุคลบาทเมื่อนำเสนอชื่อขึ้นกราบบังคมทูลฯ จึงให้พึงระวัง 4 เรื่อง คือ 1.กรณีที่ปรากฎว่ามีการครอบครองรถเบนซ์ที่ผิดกฎหมาย ซึ่งคดีกำลังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนของดีเอสไอ

นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่า2.ตนได้ยื่นเรื่องร้องดีเอสไอไว้ในกรณีสมเด็จช่วงให้การช่วยเหลือพระธัมชโย กรณีพระลิขิตสมเด็จพระสังฆราชเข้าข่ายกระทำการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา157 โดยมีหลักฐานว่ามีผลประโยชน์ร่วมกับพระธัมมชโย นายไพบูลย์ กล่าวอีกว่า 3.ยังพบว่ามีการชำระเงินค่ารถเบนซ์คันที่มีปัญหาโดยจ่ายเป็นบัญชีกระแสรายวัน สั่งจ่ายเป็นเช็ค ระบุชื่อเจ้าของอู่รถ ซึ่งเป็นการทำผิดธรรมวินัย2ข้อ คือ พระภิกษุต้องไม่รับหรือยินดีเงินทอง และต้องไม่นำเงินทองไปทำการซื้อขายแลกเปลี่ยน โดยเรื่องนี้ควรตั้งกรรมการอิสระตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเคยเสนอไว้ โดยประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ พระภิกษุชั้นผู้ใหญ่ นักวิชาการ ฯลฯ เนื่องจากเกรงว่าหากผู้ตรวจสอบและพูดถูกตรวจสอบเป็นคนเดียวกันจะไม่ได้ข้อยุติ และเกิดความไม่สง่างาม

“และ4.ในวันที่9มิ.ย.2559ที่วัดพระแก้ว ที่มีงานราชพิธีสำคัญ สมเด็จช่วงในฐานะประธานในพิธีต้องนำสวดบทถวายพระพรสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี2บทก่อน แต่ท่านกลับข้าม ไม่นำสวดบทถวายพระพรดังกล่าว ตนจึงได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พ.ศ.) ให้ตรวจสอบสาเหตุและข้อเท็จจริง” นายไพบูลย์

เมื่อถามว่า นายกฯระบุว่า การเสนอนามซึ่งเป็นอำนาจนายกฯนั้น หากพบว่ามีปัญหาจะยังไม่พิจารณา นายไพบูลย์ กล่าวว่า รู้สึกประทับใจและเชื่อใจหากนายกฯพูดอย่างนั้น แต่ก็จะถูกกดดันจากฝ่ายที่เรียกร้องให้เสนอแต่งตั้งสมเด็จช่วง จึงไม่อยากให้เกิดปัญหา ขอให้นายกฯพิจารณาด้วยความรอบคอบ โดยมีความเห็นของกฤษฎีกาเข้ามาประกอบการพิจารณา ส่วนจะปฏิบัติตามหรือไม่อย่างไรก็ขึ้นอยู่กับนายกฯ

เมื่อถามว่า การตีความของกฤษฎีกามีนัยยะอะไรหรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า “เขาต้องการช่วยพศ.ที่ส่งชื่อสมเด็จช่วงมาให้นายกฯแล้ว เพราะมีคนหนึ่งที่รับผิดชอบงานของกฤษฎีกาและพศ. เขาจึงต้องการช่วยกัน”