วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

41เครือข่ายร่วม‘สมัชชาแม่น้ำ’ ปลุกสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม

การเกิดขึ้นของโครงการปรับภูมิทัศน์ริมแม่น้ำ หรือแลนด์มาร์คเจ้าพระยา ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ส่งผลให้เกิด“ความเห็นต่าง”ในหลายประเด็น

ไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิต เศรษฐกิจชุมชน สิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรณ์ธรรมชาติ โบราณสถาน และประวัติศาสตร์ชุมชน

เป็นที่มาของการรวมตัว 41 เครือข่าย เป็น“สมัชชาแม่น้ำ” ที่เพิ่งจะมีการเปิดตัวไปอย่างเป็นทางการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา 

แนวคิดนี้เกิดขึ้นหลังการประชุมระดมความเห็นในเวที "ริเวอร์ วอยซ์ ฟอรั่ม : เสียงของทุกคน อนาคตของแม่น้ำ" เมื่อ 30 เม.ย. ที่เห็นพ้องกันที่จะผลักดันประเด็นการฟื้นฟูและพัฒนาแม่น้ำอย่างยั่งยืน ให้เป็นประเด็นสาธารณะ และจัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างภาคีเครือข่าย เพื่อวางยุทธศาสตร์และการขับเคลื่อนร่วมกัน

รวมทั้งมีการกำหนดวัตถุประสงค์ ร่วมกัน 4 ประการ 1.เพื่อร่วมผลักดันให้ประเด็นการพัฒนาและฟื้นฟูแม่น้ำเป็นประเด็นสาธารณะเพื่อสร้างจิตสำนึกร่วมกับสังคม  2.เพื่อร่วมผลักดันนโยบายสาธารณะอย่างมีส่วนร่วมต่อการพัฒนาและฟื้นฟูแม่น้ำเจ้าพระยา 3.เพื่อร่วมวางยุทธศาสตร์และกลไกการขับเคลื่อนในบทบาทของภาคประชาชนเพื่อเชื่อมโยงกับกลไกภาครัฐ และ 4.เพื่อขยายกระบวนการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น 

นายยศพล บุญสม ผู้ก่อตั้งกลุ่ม Friends of River (FOR) กล่าวว่าสมัชชาแม่น้ำ เป็นของทุกคน และจะเริ่มทำงานร่วมกัน เพื่อเป้าหมายในการฟื้นฟูแม่น้ำสายต่างๆ แม้ว่าจะมีต้นแบบที่แม่น้ำเจ้าพระยา แต่ความเป็นจริงทุกแม่น้ำมีความสำคัญเท่ากัน และมีความท้าทาย ทั้งการผลักดันโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ การลักลอบปล่อยสารเคมี การรุกล้ำแม่น้ำ สิ่งต่างๆเหล่านี้ทำให้ศักยภาพและคุณค่าของแม่น้ำต่างๆเสื่อมถอย 

0 รักษากทม.ผลกระทบท่าจีน

นายประเชิญ คนเทศ เครือข่ายลุ่มน้ำท่าจีน กล่าวว่าการรักษากรุงเทพฯ เหมือนไข่ในหินอะไรกระทบไม่ได้ เวลาน้ำท่วม จ.นครปฐม จึงต้องรับเคราะห์ ตั้งแต่ปี 2549 เรื่อยมาจนน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 คนในพื้นที่ต้องเผชิญปัญหามาตลอด ซึ่งผลกระทบนี้ยังไม่มีโครงการอะไรเข้ามาช่วยเหลือ

"ต่อไปนครชัยศรี สามพราน จะยิ่งมีปัญหา ซึ่งไม่อยากให้เกิดขึ้น เพราะเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ที่ส่งมาเลี้ยง กทม. ปัญหาที่จะเกิดขึ้นก็คือกำลังมีการสร้างแนวคันล้อม เป็นแนวป้องกันน้ำท่วมไม่ให้เข้าไปถึง กทม. ซึ่งจะส่งผลกระทบถึงฝั่งตะวันตก ของนครปฐม เป็นการคิดไม่รอบด้าน

“เราเป็นผู้รับชะตากรรม แต่ไม่มีใครถามหรือบอกว่าผลกระทบจะเป็นอย่างไร สิ่งที่เกิดขึ้นกับแม่น้ำเจ้าพระยาส่งผลต่อคนนครปฐม เราจึงต้องการกำหนดอนาคตแม่น้ำของเรา เราไม่ได้ปฏิเสธการพัฒนาแต่การพัฒนาจะต้องมีความสมดุล”

0 เดินเท้าสำรวจแม่น้ำบางปะกง

นางกอบมณี พัทธยกุล  เครือข่ายบางปะกง กล่าวถึงความเชื่อมโยงเจ้าพระยา-บางปะกง ว่ามีคลองแสนแสบเป็นสะพานเชื่อม ดังนั้นผลกระทบจากเจ้าพระยาก็ส่งผลถึงบางปะกงด้วย และสิ่งที่เผชิญอยู่คือการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่ชาวบ้านรับรู้และเตรียมพร้อม แต่ขณะเดียวกันยังมีทรัพยากรต่างๆ ที่เราต้องการเก็บไว้ให้ลูกหลาน ซึ่งเราพยายามที่จะเดินหน้าโดยไม่รอการช่วยเหลือจากรัฐ 

"เราสงสัยว่าทรัพยากรของแม่น้ำบางปะกง ยังมีความสมบูรณ์อยู่หรือไม่ จึงมีการจัดโครงการธรรมยาตรา  7 วันผ่าน 7 อำเภอที่ติดริมน้ำบางปะกง จากต้นน้ำถึงปากอ่าว โดยระหว่างทางตลอดการเดินเท้า จะแวะวัด โรงเรียน เพื่อพูดคุยถึงสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกลุ่มต้นน้ำ ปลายน้ำ" 

นายประมาณ มุดจาดีน เครือข่ายต่อต้านทางเลียบแม่น้ำ ชาวชุมชนมัสยิดบางอ้อ กล่าวว่าเมื่อปี 2554 ชุมชนถูกน้ำท่วมอย่างหนัก ต่อมาจึงมีการสร้างเขื่อนเพิ่มเติมอีก 75 เซนติเมตร ทำให้คนริมน้ำในย่านนี้แทบจะไม่เห็นแม่น้ำเลย และการสร้างเขื่อนยังทำให้น้ำท่วมขัง ทำให้พื้นที่ด้อยคุณค่าลงไป