วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

"ผู้ตรวจการแผ่นดิน" : เผือกร้อน! ในมือ สนช.

"ผู้ตรวจการแผ่นดิน" : เผือกร้อน! ในมือ สนช.

พลันชื่อ "นพ.เรวัต วิศรุตเวช" อดีตอธิบดีกรมการแพทย์ และที่ปรึกษาผู้ตรวจการแผ่นดิน กลับเข้ามาเป็นผู้ถูกเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดินอีกครั้ง ก็สร้างความแปลกใจและตั้งคำถามอย่างกว้างขวางทั้งในและนอกสภาเพราะก่อนหน้านี้ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โหวตไม่เลือก น.พ.เรวัต เป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน ด้วยคะแนนเสียง 66 ต่อ 66 เสียง งดออกเสียง 24 เสียง

ปรากฏการณ์นี้จึงเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในเวทีแห่งนี้ ที่คณะกรรมการสรรหาจำนวน6 คนประกอบด้วย นายวีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฏีกานายนุรักษ์ มาประณีต ประธานศาลรัฐธรรมนูญ นายปิยะ ปะตังทาประธานปกครองสูงสุด นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่ประธานสภาผู้แทนราษฏรพล.ท.ศิลปชัย สรภักดี บุคคลซึ่งที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาคัดเลือก และนายอัครวิทย์ สุมาวงศ์ บุคคลที่ที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดคัดเลือก เลือก”คนเดิม”เข้ามาอีกรอบ ทั้งที่มีผู้สมัครที่เป็นตัวเลือกมากถึง 21 คน แต่..กว่าจะผ่าด่านเข้ามาได้ ต้องเลือกกันถึง30รอบ โดยในรอบที่30 ‘หมอเรวัต’ชนะนางสาวนีย์อัศวโรจน์ อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญด้วยคะแนน4ต่อ2และเมื่อเข้าสู่ที่ประชุม สนช.ได้มีการตั้งคณะกมธ.สามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรม จำนวน 17คน

เป็นที่น่าสังเกตว่า ใน17 คนนี้มีสนช.ที่มาจากชุดสอบประวัติชุดแรกติดโผมา 4 คน คือนางนิพัทธา อมรรัตนเมธา พล.ต.อ.พิชิต ควรเตขะคุปต์นายมหรรณพเดชวิทักษ์พล.ร.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ สนช. น้องชาย”บิ๊กป้อม”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณและพล.ท.สุวโรจน์ ทิพย์มงคล

ขณะที่ “พล.อ.อู๊ด เบื้องบน” ประธานชุดเก่านั้นได้ถูกกันไม่ให้เข้ามาเป็นกรรมาธิการฯชุดนี้

อย่างไรก็ตาม กรรมาธิการฯชุดนี้ยังไม่ได้เริ่มทำหน้าที่ก็เกิดเรื่องวุ่นวาย มีการขอเปลี่ยนตัวกรรมาธิการถึง2 คน โดยเฉพาะ “เจ้ติ๋ม”นางนิพัทธา อมรรัตนเมธากมธ.ตรวจสอบประวัติฯ สัดส่วนกมธ.การบริหารราชการแผ่นดินคนเก่า ได้ขอลาออก พร้อมทั้งแฉกลางที่ประชุมสนช.ว่ามีการล๊อบบี้ให้กรรมาธิการบางคนขึ้นนั่งเป็นประธาน กมธ. ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ที่ต้องบันทึกไว้เช่นกันว่ามีการลาออกกลางสภาพร้อมทั้งแฉเรื่องการล๊อบบี้

เรื่องที่เกิดขึ้น จะไม่วุ่นวาย หากกรรมการสรรหายืนยันด้วยเสียงอกฉันท์ให้ ”เรวัต” ได้รับเลือกเป็นผู้ตรวจการแผ่นดินได้และส่งรายชื่อนี้นั้นให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.นำขึ้นทูลเกล้าฯแต่งตั้งได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านสนช. แต่ผลปรากฏว่า การลงคะแนนยืนยันมติเดิมไม่เป็นเอกฉันท์ จึงต้องเริ่มกระบวนการสรรหาใหม่ จนสุดท้ายกลับกลายเป็นว่า กรรมการสรรหาลงมติเลือก “เรวัต”อีกครั้งหนึ่งโดยต้องโหวตกันถึง 30 รอบ ก่อนจะได้คะแนน 4ต่อ 2 เสียง

มีรายงานข่าวว่า 4 เสียงมาจากนายพรเพชร นายปิยะ นายนุรักษ์ และพล.ท.ศิลปชัย

การเสนอรายชื่อ “นพ.เรวัต” เป็นเหตุให้เกิดความกังขา และความกระอักกระอ่วนขึ้นภายใน สนช. เพราะก่อนหน้าลงไม่เลือก พร้อมทั้งมีข้อสงสัยว่า เหตุใดจึงเลือกนพ.เรวัต และเหตุใดประธานสนช.จึงไม่เคารพมติสนช. แถมยังเป็น 1 ใน 4 เสียงที่เลือกนพ.เรวัต ซึ่งหากว่า สนช.ยกมือโหวตเลือกนายเรวัตก็เท่ากับเป็นการตบหน้าสนช. เพราะก่อนหน้านี้ที่สนช.ไม่เลือกด้วยเพราะเหตุผลประการหนึ่งคือ ประวัติของนายเรวัต ทั้งเรื่องของการเปลี่ยนชื่อ นามสกุล ความใกล้ชิดกับนักการเมือง การปฏิบัติหน้าที่ขณะดำรงตำแหน่งผู้บริหารในกระทรวงสาธารณสุขทั้งนี้มีรายงานข่าวว่า ในการตรวจสอบประวัติครั้งแรกที่ทางสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับนายเรวัต แต่กลับไม่ส่งมาให้กรรมาธิการฯจึงเป็นข้อที่น่าสงสัย

สำหรับคดีความต่างๆที่นพ.เรวัต ตกเป็นจำเลย ซึ่งเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้ นพ.เรวัต ไม่ได้รับเลือกจาก สนช.ในครั้งก่อน คือ คดีความผิดตำแหน่งหน้าที่ราชการกรณีเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลไบโอคลินิคเวชกรรม ที่บริษัทเอกชนเป็นโจทย์ฟ้อง คดีการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฏหมายที่เกี่ยวกับการกำหนดตำแหน่งทำให้ผู้เสียหายไม่ได้ขึ้นตำแหน่งเป็นต้น อย่างไรก็ตามคดีเหล่านั้นจบลงด้วยการไม่ฟ้อง

ล่าสุด”หมอเรวัติ”ออกมาเปิดใจกับ “สำนักข่าวเนชั่น” ว่าต้องการมาเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน “เพื่อตอบแทนคุณแผ่นดิน” พร้อมยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองว่า การเปลี่ยนชื่อ นามสกุล ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาของคนทั้งนี้เพื่อความเป็นสิริมงคล ส่วนเรื่องการปฏิบัติหน้าที่นั้นก็หากทำผิดจริงก็ต้องถูกลงโทษทางวินัยและต้องถูกดำเนินคดีไปแล้ว รวมทั้งได้มีการพิสูจน์ด้วยการไปพิมพ์ลายนิ้วมือที่กองทะเบียนอาชญากรรม พบว่า ไม่มีประวัติอาชญากรรม

“ผมคิดว่า สนช.ทุกท่านไม่มีอคติใดๆต่อผมเลย เพียงแต่ว่าผมไม่สามารถนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องให้ท่านทราบได้จึงอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดกัน ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้ การที่ผมได้รับการคัดเลือกอีกเป็นครั้งที่2จากคณะกรรมการสรรหา ก็เพราะว่าผมได้มีโอกาสนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจนต่อคณะกรรมการสรรหา“

ขณะที่นายกล้านรงค์จันทิก สนช. ออกโรงเตือนสมาชิกที่จะลงมติเลือกหรือไม่เลือกนพ.เรวัต ว่า การที่จะให้ความเห็นชอบในบุคคลเดิม จะต้องลงมติด้วยความรู้สึกรับรู้ข้อเท็จจริง และเหตุผลอย่างแท้จริงบนพื้นฐานของความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่

การเลือก”หมอเรวัต” กลับมาอีกรอบไม่มีใคร "รู้” คำตอบที่แท้จริงถึงว่าเพราะเหตุผลกลใด แต่มีข่าวว่า “ผู้มีอำนาจในบ้านเมือง” และ “คนใน สนช.” ต้องการผลักดันให้ ”หมอเรวัต” นั่งเก้าอี้ผู้ตรวจการแผ่นดินอีกครั้งหนึ่ง พร้อมทั้งมีการวิเคราะห์กันว่า เก้าอี้ตัวนี้ มีความสำคัญเชื่อมโยงกับหลายส่วน อาทิ กรรมการสรรหาคณะกรรมสรรหาคณะกรรมการกิจการโทรทัศน์ กิจกระจายกระจายเสียง และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพราะในพระราชบัญญัติกสทช.ฉบับใหม่ที่อยู่ในระหว่างชั้นการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กลับมีสัดส่วนของตัวแทนของกรรมการผู้ตรวจการแผ่นดิน 1 คนเข้าไปเป็นกรรมการสรรหา ซึ่งเดิมนั้นไม่มี ทำให้ตำแหน่งนี้เพิ่มความสำคัญยิ่งเข้าไปอีก

นอกจากนี้ภารกิจและหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินในรัฐธรรมนูญใหม่จะมีมากขึ้น

มีกระแสข่าวด้วยว่ามีความพยายามจะผลักดันให้การลงมติเลือกผู้ตรวจการแผ่นดินครั้งนี้ิทำโดยเปิดเผยเพื่อบีบให้สมาชิกสนช.ลงมติตามที่ผู้มีอำนาจต้องการ เพราะหลายคนในสนช.ยังเป็นข้าราชการประจำ ทหาร ที่ยังคงต้องอยู่ในตำแหน่ง อย่างไรก็ตามคงไม่สามารถทำได้ เพราะการกำหนดให้เลือกโดยลับเป็นข้อกำหนดโดยรัฐธรรมนูญ

งานนี้จะเป็นบทพิสูจน์ของสนช.ว่าจะเป็น “ตรายาง” กลืนน้ำลายตัวเอง หรือ จะผดุงเกียรติและศักดิ์ศรีของตนเองไว้