วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ไอลอว์' ชี้คำวินิจฉัยศาลรธน. 'ม.61' สมยอม คสช.

"ผอ.ไอลอว์” ชี้คำวินิจฉัยกลางศาลรธน. ม.61วรรคสอง สมยอมข้ออ้าง “คสช.” ปิดกั้นเสรีภาพขัดกติกาสากลว่าด้วยสิทธิฯ

นายจอน อึ๊งภากรณ์ ผู้อำนวยการโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเนชั่น ภายหลังรับทราบคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญ ประเด็นความของมาตรา 61 วรรคสองของพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 ไม่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ว่า เมื่อเห็นคำวินิจฉัยกลางดังกล่าวความรู้สึกผิดหวังก็ยังมีอยู่ เพราะในเนื้อหานั้นตนมองว่าศาลรัฐธรรมนูญยอมรับข้ออ้างของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มองว่าการเปิดเสรีภาพในการแสดงความเห็นของประชาชนคือการก่อความไม่สงบเรียบร้อย

และมองว่าสถานการณ์ปัจจุบันคืออยู่ในช่วงของความไม่ปกติ ทั้งนี้ยังไม่มีประเด็นอะไรเป็นข้อพิสูจน์ได้ว่าเมื่อเปิดการแสดงความเห็นของประชาชนแล้วจะทำให้เกิดความไม่สงบหรือความรุนแรงเกิดขึ้นจริงในบ้านเมือง ทั้งนี้ในความเห็นของตนมองว่าประเด็นการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งจะมีผลกระทบต่ออนาคตของคนทั้งประเทศ ควรเปิดโอกาสให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลอย่างกว้างขวางและหลายฝ่าย เพื่อให้มีข้อมูลเพียงพอก่อนการตัดสินใจออกเสียงประชามติในทางใดทางหนึ่ง

นายจอน กล่าวด้วยว่าในคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุว่ามาตรา 4 ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ว่าด้วยการรับรองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ที่เป็นไปตามพันธกรณีระหว่างประเทศ ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง และมีสิทธิที่ถูกจำกัดได้ตามกฎหมาย โดยในกรณีดังกล่าวคือมาตรา 61 วรรคสองของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 นั้น

หากพิจารณาในข้อเท็จจริงจะพบว่ารายละเอียดของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ในข้อ 19 ว่าด้วยสิทธิการแสดงความเห็นโดยปราศจากการแทรกแซง และเสรีภาพในการแสดงออก รับรู้ เผยแพร่ ข้อมูลข่าวสาร นั้นจะมีเนื้อความที่ทำให้รายละเอียดของมาตรา 61 วรรคสองของกฎหมายประชามติมีความขัดต่อกัน เนื่องจากในข้อ 19 ของสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง แม้จะเขียนให้สิทธิ เสรีภาพแสดงความเห็นนั้นถูกจำกัดได้ แต่ต้องทำเพราะมีเหตุจำเป็นเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมามีการตีความแล้วว่า การใช้คำหยาบคาย ไม่ใช่เป็นการใช้เสรีภาพที่ทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยหรือกระทบความมั่นคง ดังนั้นเมื่อมาตรา 61 วรรคสองเขียนเนื้อหาดังกล่าวขึ้นถือว่าเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพเกินจำเป็น และขัดต่อการใช้สิทธิเสรีภาพตามที่กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ตามที่ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคี

"ความไม่สงบในสังคมไทย ตั้งแต่รัฐประหารผมไม่เคยเห็น หากจะมีความไม่สงบเกิดอย่างมากที่สุด คือ การชุมนุมเพื่อแสดงออกของกลุ่มเล็กๆ ซึ่งไม่มีความรุนแรงหรือใช้อาวุธ ข้ออ้างที่บอกว่าหากเปิดให้เกิดเสรีภาพ แล้วสังคมไทยจะไม่สงบ เป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น ผมนึกไม่ออกว่าความไม่สงบมาจากไหน หากประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ ยกเว้นแต่ผู้มีอำนาจต้องการให้เกิดขึ้นเท่านั้น” นายจอน กล่าว