วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

โพลล์ชี้เยาวชนชม.31%ชอบดื่มสุรา-เบียร์ พร้อมชมกีฬา

เผยผลโพลล์สำรวจ เกมกีฬากับการสร้างนักดื่ม พบเยาวชน 31% ชอบดื่มพร้อมชมกีฬา 28% พนันบอล ขณะที่ 62% เกิดความอยากดื่ม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากปัจจุบันกำลังอยู่ใน กระแสของการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016 ที่จะพบเห็นว่ามีการตื่นตัวอย่างมากของประชาชนทุกเพศทุกวัยที่ชื่นชอบกีฬา ที่ต่างเชียร์ทีมโปรดของตน และลุ้นการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งในสื่อโลกโซเชียล ขณะที่ทางเครือข่ายป้องกันปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสารเสพติดในจังหวัดเชียงใหม่ ก็ได้เล็งเห็นความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดผลกระทบของสถานการณ์ของเกมกีฬากับการสร้างนักดื่มหน้าใหม่ โดยเฉพาะในฤดูกาลฟุตบอลยูโร 2016

นายวรากรณ์ ใจยา ตัวแทนเครือข่ายป้องกันปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสารเสพติดในจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า เกมการกีฬาเป็นสิ่งที่ชื่นชอบของกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่เป็นอย่างมากโดยเฉพาะ ฟุตบอล กลายเป็นภาพของกีฬาเพื่อความสนุกสนานและเป็นการกีฬาที่มีผู้คนทั่วโลกต่างพากันชื่นชอบ และกิจกรรมการแข่งขันกีฬานั้นได้ทำให้เกิดธุรกิจกีฬาที่ทำรายได้มหาศาลทั้งทีมฟุตบอล ผู้จัดงาน และแม้กระทั่งผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างตัวผู้สนับสนุนกีฬาอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะเห็นภาพสิ่งเหล่านี้ได้ในช่วงการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016

ทั้งนี้ อาจจะบอกได้ว่าการจัดกิจกรรมการแข่งขันฟุตบอลนี้ เป็นเรื่องของทีมฟุตบอลกับทุนขนาดใหญ่ ที่มีทรัพยากรงบประมาณในการสนับสนุน และสิ่งที่ได้กลับมานั้น คงหนีไม่พ้นจากกำไรจากการโฆษณาสินค้าหรือประชาสัมพันธ์องค์กรผ่านกิจกรรมกีฬา โดยเฉพาะ สินค้าจากอุตสาหกรรมแอลกอฮอล์ที่ต่างพากันลงโฆษณาคั่นระหว่างการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016 โดยพบว่า ทุกๆ 1 นาทีจะพบเห็นโฆษณาจากธุรกิจต่างๆ ร่วมถึงจากบรรดา บริษัทที่ผลิตสุรา เบียร์ และเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ นานาชนิด

ดังนั้น ทางเครือข่ายป้องกันปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสารเสพติดในจังหวัดเชียงใหม่ จึงได้ทำการสำรวจข้อมูลกลุ่มแฟนกีฬาในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อศึกษาสถานการณ์ของเกมกีฬากับการสร้างนักดื่มหน้าใหม่ จำนวน 471 ชุดแบบสำรวจ พบว่าเยาวชนร้อยละ 70 เคยเข้าร่วมกิจกรรม ที่บริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นผู้สนับสนุนการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ประเภทเครื่องดื่มที่สนับสนุนกิจกรรมเกมกีฬา ร้อยละ 71.8 เป็นบริษัทเบียร์ ร้อยละ 14.1 เป็นบริษัทน้ำดื่มจากธุรกิจแลกอฮอล์ และร้อยละ 7.0 เป็นบริษัทเหล้า ส่วนรูปแบบการสนับสนุนที่พบ ร้อยละ 33.8 เห็นโลโก้สินค้าตราผลิตภัณฑ์ผ่านเสื้อนักกีฬา ร้อยละ 22.5 ผ่านป้ายประชาสัมพันธ์บริเวณรอบสนามกีฬา ร้อยละ 19.7 เห็นโลโก้ผลิตภัณฑ์หรือตราสินค้าผ่านป้ายโฆษณา และบูทกิจกรรมภายในงาน และร้อยละ 12.7 บอกว่ามีการได้รับแจกน้ำดื่มจากกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อีกด้วย

นอกจากนี้ ร้อยละ 62.9 ยังบอกอีกว่า การที่บริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สนับสนุนกิจกรรมกีฬาจะกระตุ้นความอยากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้นประเภท เหล้าและเบียร์ พร้อมทั้งยังมีผู้คนที่เป็นแฟนทีมฟุตบอลหรือนักฟุตบอลจะทดลองดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือเปลี่ยนไปดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากทีมด้วยตัวเองชื่นชอบร้อยละ 32.0 เช่น จากเดิมอาจจะนิยมดื่มเหล้าสี แต่เปลี่ยนมาดื่มเบียร์ หลังจากทีมที่ตัวเองชื่นชอบได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มบริษัทแอลกอฮอล์

ในแบบสำรวจ ยังพบอีกว่า เยาวชนร้อยละ 31.1 จะนิยมดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พร้อมกับการชมการแข่งขันกีฬา นอกจากนี้ยังมีเยาวชนร้อยละ 28.2 และนิยมเล่นการพนันบอล ร่วมกับการชมการแข่งขันกีฬา ซึ่งทำให้เยาวชนหลายคนมีภาระหนี้สินและมีปัญหากับกลุ่มคนใกล้ตัวหรือเพื่อน เยาวชนส่วนใหญ่ร้อยละ 57.1 ไม่เห็นด้วยที่บริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาสนับสนุนกีฬา แต่หากมองในมุมของทีมแข่งขันกีฬามองกลุ่มธุรกิจหรือผู้สนับสนุนเป็นเพียงองค์กรที่ให้งบประมาณในการสนับสนุนหรืออัดฉีดทีมกีฬา จึงไม่ได้มองถึงเรื่องผลกระทบที่ตามมาหรืออาจจะเป็นไปได้หรือไม่ว่า การสนับสนุนจากกลุ่มธุรกิจต่างๆนี้ควรจะหมดไปจากการแข่งขันกีฬา เพราะว่าถ้าหากผู้สนับสนุนหลักเป็นหน่วยงานของรัฐแล้ว เช่น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นหลัก ก็จะไม่มีผลประโยชน์ซ้อนทับในเรื่องของรายได้หรือกำไรจากการลงทุน

กระนั้นอาจจะลดการเกิดปัญหาในกรณี การพบเห็นสื่อสารโฆษณาประชาสัมพันธ์ของกลุ่มธุรกิจและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผ่านกิจกรรมกีฬาการโฆษณาแฝง และการหลีกเลี่ยงในการใช้ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เชื่อมโยงไปถึงสินค้าหลัก ซึ่งสุดท้ายแล้วกลุ่มเด็กและเยาวชนจะกลายเป็นเหยื่อของขบวนการกีฬา และหากเราสามารถที่จะจำกัดการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ของกลุ่มเด็กและเยาวชนในกิจกรรมการกีฬาเหล่านี้ได้ก็จะเป็นการลดความเสี่ยงอันตรายจากการใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และผลกระทบต่อสังคมอีกมากมาย

“ทั้งนี้ ทางเครือข่ายป้องกันปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสารเสพติดในจังหวัดเชียงใหม่ จึงขอแสดงความห่วงใยและข้อกังวลไปยังแฟนฟุตบอลที่ชื่นชอบการแข่งขันกีฬาฟุตบอลยูโร 2016 รอบไปถึงการแข่งขันกีฬาประเภทอื่น ช่วงเวลาอื่น ต้องมีความรู้และความเข้าใจ รวมไปถึงการรู้เท่าทันของโฆษณาแฝงจากกลุ่มอุตสาหกรรมธุรกิจที่มาพร้อมกับการแข่งขันกีฬาเหล่านี้ ไม่อย่างนั้นพวกเราก็จะตกไปเป็นเหยื่อของกระบวนการและนำไปสู่การใช้ผลิตภัณฑ์และอาจจะเกิดผลกระทบทั้งระดับตนเอง สังคม และคนรอบข้างอีกด้วย”นายวรากรณ์ กล่าว