วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คสช.โยนกกต.พิจารณา 'สุเทพ-จตุพร'ใช้เฟซบุ๊กไลฟ์ผิดหรือไม่

คสช.ชี้ "สุเทพ-จตุพร" ใช้เฟซบุ๊กไลฟ์แสดงความเห็นรับ-ไม่รับร่าง รธน.เป็นแค่ความเห็น โยน กกต.พิจารณาผิดหรือไม่

ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)และ พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. แถลงผลการประชุมสำนักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) โดยมีพล.อ. ธีรชัย นาควานิช เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นประธานและได้ย้ำในบทบาทของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยที่ยังคงปฏิบัติงานร่วมกับฝ่ายปกครอง ตำรวจ ในการบังคับใช้และปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย รวมถึงการช่วยคลี่คลายความเดือดร้อนของประชาชนในทุกเรื่อง ให้ทุกส่วนดำเนินงานในลักษณะเข้าถึงจุดที่มีปัญหาทันที พร้อมแก้ไขด้วยกลไกภาครัฐอย่างยั่งยืน

เมื่อถามว่า คสช.จะดำเนินการอย่างไร กรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำกปปส.และนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ใช้เฟซบุ๊กไลฟ์ แสดงความเห็นการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.อ.วินธัย กล่าวว่า คสช.ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)คงต้องพิจารณาว่ามีอะไรสุ่มเสี่ยงหรือไม่ และคงมีการบอกกล่าวกัน ทั้งนี้ความเคลื่อนไหวของนายสุเทพ คสช.ไม่ได้มีข้อสังเกตอะไรเป็นพิเศษ คงพิจารณาภาพรวมว่าการแสดงออกอยู่ในกรอบของกฎหมายหรือไม่ ส่วนที่กลุ่ม นปช.ตั้งข้อสังเกตว่า คสช.จะมีการปฏิบัติ 2 มาตรฐานหรือไม่นั้น ถือเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนบุคคล ซึ่งการดำเนินการใดๆเจ้าหน้าที่กระทำอย่างเปิดเผย และตั้งอยู่บนบรรทัดฐานเดียวกัน

พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า การแสดงความเห็นของ 2 ขั้วอำนาจอย่างนายสุเทพและจตุพร จะไม่กระทบต่อการสร้างความปรองดอง เพราะภาพรวมเป็นเพียงการแสดงความเห็นซึ่งมี 2 ลักษณะ คือ เห็นคล้อยตามและเห็นต่าง ซึ่งยังไม่มีสัญญาณที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งหรือความรุนแรงใดๆ และการแสดงความเห็นต่างของแต่ละกลุ่มก็ลดระดับลงไปมากแล้ว

พ.อ.วินธัย ยังกล่าวถึง การเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษา จนถูกควบคุมตัวว่า วิธีการปฏิบัติของ คสช.ต่อทุกกลุ่มยังคงยึดแนวทางเดิม คือการขอความร่วมมือ การตักเตือน หากมีความเคลื่อนไหวที่เกินระดับ เจ้าหน้าที่ก็จำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมาย โดยไม่เกินกว่าเหตุ หลังจากนั้นทุกกลุ่มก็สามารถไปต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม

"ที่ผ่านมามีการแสดงความคิดเห็นมาเป็นระยะๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะพิจารณาทุกมุมว่าเป็นกิจกรรมทางการเมือง หรือเพียงแค่แสดงความคิดเห็น เช่น การจัดกิจกรรมปล่อยลูปโป่ง เจ้าหน้าที่ในพื้นที่นั้นๆ คงต้องมีดุลพินิจว่าเป็นกิจกรรมเกี่ยวข้องกับการเมือง ที่สุ่มเสี่ยงจะทำให้สังคมเข้าใจผิด ซึ่งหลายคนมีการกล่าวอ้างว่าแค่แสดงความคิดเห็น แต่การแสดงออกหรือพฤติกรรมไม่ใช่ เจ้าหน้าที่ก็ต้องตักเตือนหรือดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง” พ.อ.วินธัย กล่าว

พ.อ.วินธัย ยังกล่าวถึง กรณีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ แกนนำกลุ่ม กทม.พรรคเพื่อไทย นัดหมายอดีต สส.เพื่อหาทางออกให้กับประเทศ นั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับการยืนยัน ซึ่งการสื่อสารของแต่ละบุคคลมีช่องทางอยู่แล้ว ส่วนจะทำได้หรือไม่ได้นั้น ต้องดูองค์ประกอบ และรายละเอียดหลายอย่าง