“ศานิตย์” เผยรู้ตัวกลุ่มคนร้ายยิงนร.ย่านมีนบุรีดับแล้ว สั่งทุกโรงพักทำประวัติ-ส่งหนังสือประชาสัมพันธ์กฎหมายใหม่เอาผิดผู้ปกครองด้วย
พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เปิดเผยถึงกรณีนักเรียนก่อเหตุยิงกันในพื้นที่สน.บางชัน และสน.มีนบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 4 ราย ว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทราบกลุ่มผู้ก่อเหตุและผู้เกี่ยวข้องแล้ว อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ทราบ เชื่อว่าคดีนี้ไม่นานก็คงจับได้ อยากฝากประชาสัมพันธ์ไปถึงผู้ปกครอง อาจารย์ หรือรุ่นพี่ที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้มีประกาศคสช.ฉบับที่ 30 ผมยังยืนยันว่ามีประโยชน์ในการแก้ปัญหาแต่ในระยะเริ่มแรกอาจต้องชี้แจงทำความเข้าใจ โดยได้ให้ทุกกองบังคับการและสถานีตำรวจในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลจัดทำประวัติผู้ที่อยู่ในข่ายผู้กระทำความผิด ก่อนหน้านี้เคยมีประวัติผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับลัก วิ่ง ชิง ปล้น มือปืนรับจ้าง ยาเสพติด ตอนนี้ต้องทำประวัตินักเรียนนักเลง เด็กแว๊นซ์ แม้บางโรงพักบอกว่าไม่มีวัยรุ่นแข่งรถ ไม่มีนักเรียนตีกัน ในพื้นที่ซึ่งไม่มีก็จริง แต่อาจเป็นคนที่อยู่ในพื้นที่เหล่านั้น จะบอกว่าไม่มีแข่งรถไม่มีตีกันไม่ได้ จะต้องลงไปสำรวจตรวจสอบว่ามีนักเรียนนักเลงอยู่ในพื้นที่หรือไม่ จากนั้นจะต้องทำประวัติและทำหนังสือถึงผู้ปกครอง ผู้เกี่ยวข้องคืออาจารย์ให้ส่งตัวมา เพื่อจะได้แจ้งเตือนบอกกล่าวให้ดูแล ไม่ให้เด็ก เยาวชนหรือนักเรียนนักศึกษาไปกระทำความผิด
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวอีกว่า เพราะประกาศคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 30/2559 เรื่อง มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนและนักศึกษา ข้อ 3 ระบุว่า ผู้ใดกระทําการอันเป็นการยุยง ส่งเสริม ช่วยเหลือ หรือสนับสนุน ให้นักเรียน หรือนักศึกษาฝ่าฝืนบทบัญญัติตามมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2556 ต้องระวางโทษ จําคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ หากการกระทําตามวรรคหนึ่ง เป็นเหตุให้นักเรียนหรือนักศึกษาไปก่อเหตุทะเลาะวิวาท หรือทําร้ายร่างกายผู้อื่น ผู้นั้นต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และหากเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตเพราะการทะเลาะวิวาทหรือทําร้ายร่างกายนั้น ผู้น้ันต้องระวางโทษจําคุก ไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ กฎหมายมีผลบังคับ ฉะนั้นต้องให้ตำรวจทุกนายหลังจากที่ได้สั่งการและประชุมไปแล้วให้ไปทำประวัติ ทำหนังสือถึงทุกคนที่เกี่ยวข้อง เช่นเดียวกับที่เคยทำในกรณีของร้านทอง โรงรับจำนำ ร้านขายของเก่า ซึ่งจะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ทำหนังสือถึงผู้เกี่ยวข้องแล้ว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีนี้ต้องทำเป็นตัวอย่างหรือไม่ที่จะดำเนินการเอาผิดกับผู้ปกครอง พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า แน่นอนหากว่ามีข้อเท็จจริงฟังได้ว่ามีการปล่อยปละละเลยหรือไม่เอาใจใส่ หรือไปยุยงส่งเสริมอีก จะต้องมีความผิดตามประกาศคสช. ผมยังยืนยันว่าประกาศคสช.เป็นเครื่องมือในการปรามแต่บางคนอาจจะยังไม่รู้ ผู้ปกครองบางคนอาจจะยังไม่ทราบ หรือนักเรียนนักเลง หรือแม้แต่เด็กแว๊นซ์ก็ตาม ยังไม่รู้ว่าหากทำผิดแล้วผู้ปกครองจะเดือดร้อน ทุกคนรักพ่อรักแม่ไหม หากรู้และทราบว่าหากทำแล้วพ่อแม่เดือนร้อนจะกระทำผิดอีกหรือไม่ จะไปทะเลาะหรือตีกันแล้วพ่อแม่ติดคุกด้วยจะเอาหรือไม่ ตนมองว่าเหตุที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องที่ท้าท้ายเจ้าหน้าที่ เพราะกฎหมายมีไว้คุ้มครองคนดีและความสงบเรียบร้อย กฎหมายที่ออกมาเป็นประโยชน์ ไม่ควรมองว่าเป็นการท้าทายหรือไม่ท้าทายเลย ยังยืนยันว่าหากทำผิดแล้วพ่อแม่จะต้องถูกดำเนินคดีด้วยนักเรียนนักเลงที่ทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่ก็คงจะลดน้อยลง ส่วนจะเป็นปัญหาระหว่างสถาบันการศึกษาหรือไม่จะต้องตรวจสอบก่อน เนื่องจากนักเรียนนักเลงที่ก่อเหตุอยู่ในขนะนี้มีความหวาดระแวง ซึ่งจะต้องเข้าไปลดความหวาดระแวงเหล่านี้ก่อน ยังอยู่ระหว่างการศึกษาว่าหากนำมาพูดคุยกันจะดีหรือไม่ ต้องขอฝากประชาสัมพันธ์กฎหมายใหม่ว่าโทษมีถึงผู้ปกครองด้วย
ทั้งนี้ภายหลังเกิดเหตุขึ้นทาง พ.ต.อ.อดิศักดิ์ ชูพันธุ์ ผกก.สน.บางชัน ได้วางมาตราการป้องกันตามแผนของ บก.น.4 เพื่อป้องกันเหตุนักเรียนตีกันและกลับมาแก้แค้น โดยมีการประชุมทุก สน.ในเขต บก.น.4 ขณะเดียวกันจะใช้ มาตรา 44 ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติดำเนินการกับผู้ที่ก่อเหตุและผู้ปกครอง นอกจากนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่หาข้อมูลของกลุ่มคนร้ายที่ร่วมกันก่อเหตุยิงนักเรียนโรงเรียนช่างอุตสาหกรรมกรุงเทพเสียชีวิต โดยล่าสุดรู้ตัวกลุ่มนักเรียนนักเลงกันที่ร่วมกันก่อเหตุแล้ว 1 คน คือกลุ่มของนายบี(นามสมมุติ) ซึ่งอยู่ในกลุ่มโรงเรียนคู่อริแห่งหนึ่งย่านมีนบุรี พบว่ามีประวัติพกพาอาวุธ และร่วมทำร้ายร่างกายมาแล้วหลายครั้ง ทั้งนี้กลุ่มของนายบีจะตระเวนขับรถจยย.ตามเส้นทาง หากพบ โรงเรียนคู่อริก็จะลงมือก่อเหตุทันที ส่วนสาเหตุที่ก่อเหตุครั้งนี้คาดว่าอาจจะไม่รู้ว่าคนตายเป็นผู้หญิง เนื่องจากผู้ตายแต่งกายลักษณะคล้ายผู้ชาย ขณะนี้ได้ประสานไปยังอาจารย์และผู้ปกครองเพื่อให้นำตัวผู้ที่ร่วมก่อเหตุมามอบตัวภายในวันนี้




