บิ๊กต๊อก”อยากเห็นผู้เสพเดินเข้าศูนย์บำบัด เหมือนรักษาอาการป่วยเหมือนโรคทั่วไป
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กรที่มีผลงานยอดเยี่ยมในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เนื่องในวันต่อต่อต้านยาเสพติดโลก ประจำปี 2559 โดยพล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ประเทศไทยในฐานะประเทศสมาชิกองค์การสหประชาติได้ยืนยันในเจตนารมณ์แน่วแน่ที่จะร่วมกับประชาคมโลกรณรงค์ต่อต้านและปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง เพื่อลดระดับความรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อคนในชาติ ปัจจุบันสังคมโลกนำระบบการบำบัดรักษาเข้ามาเยียวยา ฟื้นฟูผู้เสพอย่างแท้จริง โดยให้สาธารณสุขเป็นแกนหลัก เมื่อพูดถึงผู้ป่วยต้องพูดถึงหมอ ไม่ใช่กระทรวงยุติธรรม ในอนาคตโฉมหน้าของการบำบัดฟื้นฟูจะไปในแนวทางนี้
“ผมอยากเห็นผู้เสพที่เป็นผู้ป่วยเดินเข้าศูนย์บำบัดได้ง่าย ไปรักษาแล้วกลับบ้าน เหมือนผู้ป่วยโรคอื่นๆ ประเทศอื่นเดินไปในแนวทางนี้หมดแล้ว ในส่วนของงานปราบปรามยังต้องดำเนินการควบคู่กับการป้องกัน เพื่อลดความต้องการเสพโดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนและกลุ่มแรงงานเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กที่กระจายอยู่ทุกตรอกซอกซอยมีการจ้างาน ถึง 12 ล้านคน รวมถึงแรงงานต่างประเทศ ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องเข้าไปดูแลป้องกัน ส่วนการปราบปรามขณะนี้ออสเตรเลียเข้ามาสนับสนุนโครงการเชฟแม่โขงในสามเหลี่ยมทองคำ ร่วมกับไทย เมียนมา ลาว จีน และกัมพูชาเนื่องจากพิษภัยของยาเสพติดจากสามเหลี่ยมทองคำเข้าไปทำร้ายประชากรในออสเตรเลีย เขาจึงมีความคิดเข้ามาร่วมปราบปรามอาชญากรรมยาเสพติดในแหล่งผลิต เพราะไม่มีประเทศใดสามารถเอาชนะยาเสพติดได้โดยลำพัง” พล.อ.ไพบูลย์กล่าว
รมว.ยุติธรรม กล่าวอีกว่า สำหรับงานป้องกันและปราบปรามในระดับจังหวัดอยากให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอเป็นหลัก หวังว่าเมื่อทำงานอย่างจริงจังในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ปี 2560. เราจะกลับมาคุยเรื่องความสำเร็จของโครงการประชารัฐ 81,905 หมู่บ้าน. ขับเคลื่อนผู้ป่วยไปให้สาธารณสุขรักษา เราต้องสู้กับสิ่งเหล่านี้ให้ได้ ต้องอดทนทำในเรื่องเหล่านี้ ปปส.ไม่สามารถดำเนินการใดๆให้สำเร็จได้ เพราะมีหน้าที่เพียงกำหนดยุทธศาสตร์จึงต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน





