"นปช." ยื่น "กสม." ชี้ขวางศูนย์ปราบโกง ห้ามประชาชนแสดงความคิดเห็นไม่ได้
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายก่อแก้ว พิกุลทอง พร้อมแกนนำนปช. เดินทางมายื่นหนังสือต่อ กสม. นางอังคณา นีละไพจิตร กสม. เพื่อขอให้ดำเนินการตรวจสอบกรณีรัฐบาลขัดขวางการจัดตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติ
โดยนายจตุพร กล่าวว่า ถือว่าเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญว่าจะรับ หรือไม่รับ การที่กฎหมายประชามติสร้างบรรยากาศความกลัวให้กับประชาชนไม่กล้าแสดงความคิดเห็น การจับกุมนปช.และประชาชนที่ต้องการตรวจสอบการทำประชามติมาดำเนินคดีในศาลทหารโดยอ้างคำสั่งทางคสช.ห้ามชุมนุมทางการเมือง
ก่อนหน้านี้นปช. ได้เปิดศูนย์ปราบโกงฯ เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ที่ผ่านมา ไม่มีฝ่ายไหนขัดขวางแม้แต่นายกรัฐมนตรี หรือ กกต. ก็สนับสนุนการเปิดก็ราบรื่น แต่ต่อมา 2 วัน ก่อนจะมีการเปิดศูนย์ปราบโกงฯ ในทั่วประเทศในวันที่ 19 มิ.ย. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ทำไม่ได้ นายกรัฐมนตรี ก็บอกว่าเปิดไม่ได้ และวันดังกล่าวได้มีเจ้าหน้าตำรวจมาปิดล้อมและไม่ให้เปิดศูนย์ดังกล่าว จนเมื่อวานนี้(22 มิ.ย.) ได้มีหมายเรียกแกนนำนปช. 19 คน โดยไม่มีการระบุข้อหาว่าทำผิด พ.ร.บ.ประชามติ แต่กลับระบุว่าผิดประกาศคสช.ที่3/2558 ชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน ซึ่งเห็นว่าในการออกเสียงประชามติร่างรัฐะรรมนูญที่จะเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ควรเปิดให้มีการแสดงความคิดเห็นของทั้งฝ่ายสนับสนุนและคัดค้าน ขนาดประเทศอังกฤษ ที่จะมีการทำประชามติแยกอังกฤษออกจากอียู ยังให้ประชาชนสามารถแสดงความเห็นได้อย่างเต็มที่ แต่ของประเทศไทยการแสดงความเห็นของประชาชนอยู่ในบรรยากาศความกลัว
ด้านนายณัฐวุฒิ กล่าวว่า คิดว่าสิทธิมนุษยชนของคนไทยในขั้นตอนที่ลงประชามติอยู่ในขั้นวิกฤตแล้ว ทั้งที่ในบรรยากาศการออกเสียงประชามติการแสดงความเห็นต่างควรได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษ แต่ขณะนี้การแสดงความเห็นของประชาชนถูกควบคุม ลิดรอน จำกัดสิทธิ ทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ถูกยัดเยียดข้อกล่าวหา เป็นต้องหา เป็นจำเลย เป็นผู้ต้องขัง ซึ่งวิกฤตอย่างนี้กสม.มีบทบาทอย่างไรบ้างในการทำหน้าที่ท่ามกลางรัฐบาลที่มาจากรัฐประหาร
ขณะที่นางอังคณา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้กสม.ก็ได้แสดงความห่วงใยต่อเนื้อหาของประกาศ กกต.ที่กำหนดอะไรทำได้ไม่ได้ เนื่องจากเห็นว่ามีความเคร่งครัด ไม่เปิดโอกาสให้มีการถกเถียงอย่างกว้างขวาง รวมถึงกรณีที่ให้พลเมืองที่รัฐเห็นว่ากระทำผิดต้องขึ้นศาลทหาร ส่วนที่มาร้องเรียนก็จะรับไว้พิจารณา และตามกระบวนการอาจต้องมีการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง ซึ่งก็อาจจะใช้เวลาพอสมควร แต่ก็จะพยายามเร่งดำเนินการ





