ภาคีเครือข่ายต่อต้านฯ ร้องกกต.ตรวจสอบเพื่อไทย และศูนย์ปราบโกงฯ ชี้ผิด พ.ร.บ.ประชามติชัดเจน
นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการคณะกรรมการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นแห่งชาติ พร้อมคณะเดินทางยื่นหนังสือถึง กกต. เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีกลุ่มนปช. จัดตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติทั่วประเทศ และกรณีที่แกนนำพรรคเพื่อไทยแสดงความเห็นไม่รับร่างรัฐธรรมนูญผ่านเฟซบุ๊ก เนื่องจากเห็นว่า การตั้งศูนย์ปราบโกงฯ อาจเข้าข่ายการกระทำผิด พ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 61 (1) (3) และวรรคหนึ่ง ผิดตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 7/2557 เรื่องห้ามชุมนุมทางการเมือง และผิดตาม พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2499 ความผิดต่อความมั่นคงต่อราชอาณาจักร มาตรา 116 หรือไม่ เพราะการเปิดศูนย์ปราบโกงฯ ของ นปช.เกิดความไม่สงบเรียบร้อย และอาจเป็นการแอบแฝงในการชักจูงประชาชนให้รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ
นายมงคลกิตติ์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณี แกนนำพรรคเพื่อไทยโพสต์เฟซบุ๊กไม่รับร่างรัฐธรรมนูญนั้น อาจเข้าข่ายการกระทำผิด พ.ร.บ.ระชามติ มาตรา 61 (1) (3) ผิดตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 7/2557 เรื่องห้ามชุมนุมทางการเมือง ผิดตาม พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2499 มาตรา 116 ผิดพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (2) และผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 มาตรา 94 (3) (4) หรือไม่ เนื่องจาการโพสต์เฟซบุ๊คดังกล่าว เป็นการชี้นำประชาชนให้ตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งก่อนที่จะมีการลงประชามติ
ซึ่งเป็นการทำให้ กกต.เสียหาย และไม่เป็นการใช่สิทธิ ตาม พ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 7 เพราะไม่เป็นการแสดงความคิดเห็นที่ไม่บริสุทธิ์ใจ ทั้งที่รัฐบาล และคสช. เองก็ยังไม่เคยพูดให้ประชาชนรับ หรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ นอกจากนั้น ยังพบว่ามีความเกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทยอย่างชัดเจน เพราะมีกรรมการบริหารพรรคถึง 3 คน คือ นายปลอดประสพ สุรัสวดี นายภูมิธรรม เวชยชัย และนายชวลิต วิชยสุทธิ์ ทั้ง 2 กรณีเป็นการกระทำที่ผิดอย่างเห็นได้ชัดเจน จึงขอให้ กกต. เร่งดำเนินการตรวจสอบตามข้อร้องเรียน เพื่อให้สังคมเกิดความสงบเรียบร้อย





