"พล.อ.ประยุทธ์" ระบุ เวลาไปเยือนต่างประเทศจะนำ "หลักเศรษฐกิจพอเพียง" ไปเผยแพร่กับนานาชาติ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติว่า”สำหรับในเวทีระหว่างประเทศ ทุกครั้ง ผมและผู้แทนรัฐบาล รัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี นอกจากจะเป็นการประชุมหารือไปตามประเด็น หรือตามวัตถุประสงค์ ของการประชุมแล้ว เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดี มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องรวมถึงการขยายความร่วมมือระหว่างกันในกรอบต่างๆ แล้ว ผมได้ให้น้อมนำหลักการของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ไปแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ชี้ให้เห็นถึงแนวทางการพัฒนาที่สร้างความสมดุล ในทุกมิติ ให้ทุกประเทศได้ไปพิจารณา ทั้งในเรื่องของความมั่นคง – เศรษฐกิจ – สังคม – สิ่งแวดล้อม อย่างยั่งยืน ได้อย่างแท้จริง สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ หรือว่าหลักการของสหประชาชาติคือการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อให้เกิดกับมวลมนุษยชาติ ทั้งโลก
เช่น 1.การประชุมระดับสูงสมัชชาสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ ครั้งที่ 2 ณ สำนักงานใหญ่โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ กรุงไนโรบี ประเทศเคนยา ประเทศสมาชิกจำนวน 193 ประเทศ ที่ต้องการกำหนดทิศทางการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของโลกในภาวะปัจจุบัน และกำหนดทิศทางเป้าหมายการพัฒนาในอนาคตในปี 2573 ในที่ประชุมต่างให้การยอมรับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงว่าเป็นแนวทางหนึ่งที่จะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนดังปรากฏในรายงานผลการศึกษาของ UNEP เกี่ยวกับการเพิ่มความร่วมมือแบบใต้ – ใต้ และการเสริมสร้างขีดความสามารถของประเทศกำลังพัฒนา ตามแนวทาง “เศรษฐกิจสีเขียว”
2. การประชุมสุดยอดเอเชีย ด้านความมั่นคง หรือ IISS Shangri-La Dialogue ครั้งที่ 15 ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ซึ่งเป็นเวทีหารือระดับสูงเกี่ยวกับประเด็นด้านความมั่นคงของประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ผมได้เน้นย้ำความสำคัญ ของการส่งเสริมการพัฒนาควบคู่กับความมั่นคง อันเป็นรากฐานของการสร้างความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม หากมีปัญหาความมั่นคงของมนุษย์ (human security) ที่มีความขัดแย้ง ก็จะบั่นทอนความมั่นคงของประเทศในทุกมิติ และทุกภูมิภาคได้ในปัจจุบัน รัฐบาลไทยได้เน้นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ คือ การพัฒนาจากภายใน ตามแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และใช้นโยบาย “ประชารัฐ” ในการขับเคลื่อน เพื่อให้ทุกภาคส่วนของสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงมีประสบการณ์ด้านการพัฒนาด้วยพระองค์เองมากว่า 40 ปี และทรงดำเนินงานพัฒนาโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง
3. การประชุมกลุ่ม G-77 ที่ไทยเราได้รับเกียรติ ให้เป็นประธานกลุ่มในปีนี้ มีสมาชิกกว่า 130 ประเทศ ผมได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทั้ง 6 แห่งศูนย์ศึกษาเขาหินซ้อน ห้วยทราย อ่าวคุ้งกระเบน ภูพาน ห้วยฮ่องไคร้ พิกุลทอง เพื่อให้ทุกประเทศได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของแต่ละประเทศสมาชิก ไม่ได้ไปบังคับ แต่ให้พวกเขายอมรับในหลักการ เหตุผล และสิ่งที่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยตา ในศูนย์ต่างๆ ได้นำพาพวกเขาไปเยี่ยมชมด้วย ทั้งนี้เพื่อเป็นการเร่งการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs 2030 ร่วมกัน ทุกประเทศ ต่างอยู่ในห่วงโซ่เดียวกัน ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง ตั้งแต่เพาะปลูก ผลิต แปรรูป สร้างนวัตกรรม และการตลาด ดังนั้นเราจำเป็นต้องพัฒนาไปด้วยกัน เราจะต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ทั้งนี้ ผมอยากให้ทุกคนมีความภาคภูมิใจ ในสมบัติที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงพระราชทานแก่พสกนิกรชาวไทย ให้เป็นสมบัติของชาติ และจะเป็นต้นแบบหนึ่ง ของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ของโลก ในปีมหามงคลนี้ ก็ครบรอบ 10 ปีที่สหประชาชาติได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย “รางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ” ขอให้ทุกภาคส่วน ได้น้อมนำไปสู่การปฏิบัติ ให้บังเกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อประโยชน์สุข เพื่อความอยู่ดี มีสุขของปวงชนชาวไทยด้วย





