วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สมช.จับตา 'นศ.มุสลิมไทย' ในตปท. ชี้บางคนมีแนวคิดแบ่งแยก

เลขาธิการ สมช. ระบุติดตามพฤติกรรม "นศ.มุสลิมไทย" ใน ตปท. ระบุบางคน มีแนวคิดส่อแบ่งแยกดินแดน แต่ยันไม่พบไปเกี่ยวข้องกลุ่มไอซิส

พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายสภาความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล ว่า สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้รายงานผลให้ที่ประชุมรับทราบการดำเนินงานตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะประธาน สมช. สั่งการเมื่อวันที่11พ.ค.ที่ผ่านมา เกี่ยวกับแผนงานและนโยบายต่างๆ เพื่อเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบต่อไป

นอกจากนี้ ที่ระชุมยังได้รับทราบการติดตามความเคลื่อนไหวของนักศึกษาไทยมุสลิมที่ได้รับทุนจากต่างประเทศและใช้ทุนส่วนตัวเดินทางไปศึกษาต่อในหลายประเทศ ที่มีประมาณ 4,000-5,000 ในประเทศอียิปต์ อินโดนีเซีย ปากีสถาน เป็นต้น ซึ่งพบว่ามีบางกลุ่มมีพฤติกรรมการ ที่จะมุ่งไปสู่แนวคิดการปกครองตนเองในจังหวัดชายชายแดนภาคใต้ บางคนคิดไปถึงการแบ่งแยกดินแดนประมาณหลักร้อยคนซึ่งยังไม่พบว่ามีส่วนไปเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับกลุ่มไอซิสแต่อย่างใด

พล.อ.ทวีป กล่าวอีกว่า ในเรื่องนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้สั่งการให้จัดตั้งคณะทำงานประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายด้านโดยเฉพาะด้านการศึกษาสังคมเพื่อหาแนวทางที่ดีสำหรับนักศึกษามุสลิมในพื้นที่จ.ชายแดนภาคใต้ ในการรับทุนไปศึกษาในต่างประเทศเพื่อให้นักศึกษาไทยมุสลิมที่ไปศึกษานำความรู้กลับมาใช้ประโยชน์ในทางที่สร้างสรรค์ให้กับประเทศและเตรียมการให้กลุ่มนักศึกษาดังกล่าว มีโอกาสในการทำงานมากขึ้น เพราะบางคนไปศึกษาวิชาทางศาสนาเมื่อกลับมาอาจมีโอกาสได้งานทำน้อย จึงให้คณะทำงานพิจารณารอบด้านก่อนคัดกรองนักศึกษามุสลิมว่าสนใจไปศึกษาเรื่องใดแล้วจะทำอะไรได้บ้าง

โดยเราจะพิจารณาเป็นกรณีไปเพราะเราต้องให้นำวิชาการกลับมาช่วยประเทศในอนาคตหากสนใจเรียนด้านวิศวกรรมก็อาจจะพิจารณาประเทศเยอรมนนี สหรัฐอเมริกา เป็นต้นพร้อมให้ สมช. ไปติดตามกลุ่มเหล่านี้และรายงานให้ที่ประชุมทราบต่อไป

นอกจากนี้ พล.อ.ทวีป กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุมเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวทั้ง6หน่วยงาน โดยมีกองทัพเรือเป็นเจ้าภาพหลักร่วมกันร่างขึ้น ซึ่งเป็นร่างพ.ร.บ.ฉบับแรกที่เกี่ยวข้องกับการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลและให้เกิดความชัดเจนในการใช้อำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานของรัฐร่วมกันปฏิบัติงานอย่างมีเอกภาพ เนื่องจากผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลนั้นถือว่ามีมูลค่ามาก ซึ่งจุดเด่นจะมีเนื้อหาคล้ายกับพ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หากแต่มุ่งรักษาผลประโยชน์และอธิปไตยของประเทศไทยทางทะเล ที่มีความสัมพันธ์กับต่างประเทศในหลายประเด็นที่มีพื้นที่กว้างขวาง โดยจะเสนอให้สมช.เห็นชอบจากนั้นจะเสนอให้ครม.เห็นชอบก่อนส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาเห็นชอบต่อไป