ยุติประชุม 3 ฝ่าย ดีเอสไอ ชี้ “พระธัมมชโย” เหลือ 2 ทาง “มอบตัว-ถูกจับ”
การประชุมร่วม 3 ฝ่ายเพื่อหาทางออกเกี่ยวกับหมายจับของพระเทพญาณมหามุนี หรือ พระไชยบูลย์ ธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ได้ยุติลงแล้ว โดยที่ประชุมให้เหตุผลว่าเนื่องจากดีเอสไอได้ส่งสำนวนคดีฟอกเงินและรับของโจรที่พระธัมมชโยตกเป็นผู้ต้องหา ให้กับพนักงานอัยการเรียบร้อยแล้ว จึงไม่มีประเด็นต้องเจรจาหาทางออกอีกต่อไป
การประชุมร่วมของผู้เกี่ยวข้อง 3 ฝ่าย คือ พระเทพรัตนสุธี เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต พระอารามหลวง ในฐานะเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ โตรักษา ทีมที่ปรึกษากฎหมาย พันตำรวจโทสมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ และนายสมเกียรติ ธงศรี ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม ที่วัดเขียนเขตฯ เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา
ภายหลังการประชุม ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง พระเทพรัตนสุธี เปิดเผยว่า ทางเจ้าคณะระดับจังหวัดได้ทำหน้าที่ต่างๆ ตั้งแต่การประชุมครั้งแรก เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม จนถึงวันนี้ ผลการประชุมเป็นที่น่าพอใจระดับหนึ่ง ซึ่งหลังจากทราบว่าทางเจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้ส่งสำนวนสอบสวนไปยังอัยการแล้ว จึงเป็นที่ชัดเจนว่าการปฏิบัติหน้าที่ของคณะทำงานชุดนี้ก็ต้องจบลง พร้อมกับย้ำว่าคดีของพระธัมมชโยเป็นคดีทางบ้านเมือง ไม่เกี่ยวกับฝ่ายสงฆ์
นายสมศักดิ์ โตรักษา ที่ปรึกษาทางด้านกฎหมาย ที่ทำหน้าที่ประสานงานระหว่างดีเอสไอกับวัดพระธรรมกาย กล่าวว่า วันนี้จำเป็นต้องยุติบทบาทของคณะทำงานร่วม 3 ฝ่าย เพราะไม่ต้องการก้าวล่วงหน้าที่ของพนักงานอัยการ
พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ ในฐานะตัวแทนดีเอสไอ กล่าวว่า ข้อตกลงต่างๆ ที่เคยมีในคณะทำงานชุดนี้จำเป็นต้องยกเลิก แนวทางต่อจากนี้จึงเหลือเพียงการมอบตัวของพระธัมมชโย และการเข้าจับกุมตัวเท่านั้น เพราะเมื่อพนักงานสอบสวนทำสำนวนเสร็จสิ้น และส่งไปยังพนักงานอัยการ เงื่อนไขที่เคยมีจึงเปลี่ยนไป รวมถึงเรื่องการขอประกันตัวทันทีหากเข้ามอบตัวของพระธัมมชโยด้วย ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าพนักงานอัยการ
ซึ่งในช่วงเช้าวันเดียวกัน มีการประชุมพนักงานสอบสวนดีเอสไอ โดยหลังประชุม พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า เรื่องการขอให้เปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนนั้น ตนได้พิจารณาเงื่อนไขที่ร้องขอให้เปลี่ยนตัวหัวหน้าพนักงานสอบสวนแล้ว พบว่าเนื้อหาในคำร้องของฝ่ายพระธัมมชโยทั้ง 4 ประเด็น เป็นการร้องขอให้เปลี่ยนแปลงเนื้อหาการสอบสวน ซึ่งเป็นรายละเอียดจากเอกสารเส้นทางการเงิน ไม่เกี่ยวข้องกับตัวบุคคลหรือการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด ยืนยันว่าคดีนี้พยานหลักฐานส่วนใหญ่เป็นเอกสาร ไม่ใช่พยานบุคคล จึงไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้
ทั้งนี้ เมื่อสรุปสำนวนเสนออัยการแล้ว จะต้องส่งเรื่องให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ตรวจสอบทรัพย์สินของผู้เกี่ยวข้องตามกฎหมายด้วย




