อธิบดีดีเอสไอ เผย4ประเด็นในคำร้องที่ “ธัมมชโย” ติดใจเป็นเนื้อหาการสอบสวนที่เป็นเอกสารการเงิน ไม่ใช่ตัวพนักสอบสวน
พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวภายหลังการประชุมคณะพนักงานสอบสวนเกี่ยวกับการดำเนินคดีฟอกเงินกับผู้เกี่ยวข้องที่ได้รับเช็คสั่งจ่ายจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นจำกัด ว่า ที่ประชุมถึงการสรุปสำนวนส่งฟ้องคดีสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร ที่มีผู้ต้องหารวม 5 คน ซึ่งรวมถึงพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายที่ยังไม่เข้ามอบตัว ส่วนเรื่องการขอให้เปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนนั้น ได้มอบหมายให้พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ เป็นผู้พิจารณาว่ามีเหตุสมควรให้เปลี่ยนพนักงานสอบสวนหรือไม่อย่างไรก็ตาม ตนได้พิจารณาเงื่อนไขที่ร้องขอให้เปลี่ยนตัวหัวหน้าพนักงานสอบสวนแล้ว พบว่าเนื้อหาในคำร้องทั้ง 4 ประเด็น เป็นการร้องขอให้เปลี่ยนแปลงเนื้อหาการสอบสวน ซึ่งเป็นรายละเอียดจากเอกสารเส้นทางการเงิน ไม่เกี่ยวข้องกับตัวบุคคลหรือการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ยืนยัว่าคดีดังกล่าวพยานหลักฐานส่วนใหญ่เป็นเอกสาร ไม่ใช่พยานบุคคล จึงไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้เมื่อสรุปสำนวนต่ออัยการแล้วก็ต้องส่งเรื่องให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบทรัพย์สินของผู้เกี่ยวข้องตามกฎหมาย
อธิบดีดีเอสไอ กล่าวต่อว่า ดีเอสไออยู่ระหว่างเร่งสอบสวนคดีฟอกเงินที่เกี่ยวข้องอีกกว่า 10 คดี คาดว่าภายในเดือนก.ค.นี้จะสามารถสรุปสำนวนสั่งฟ้องได้อีก 2-3 คดี โดยมีการกระทำความผิดของนายสถาพร วัฒนาศิรินุกุลอดีตพระลูกวัดพระธรรมกาย สำหรับการเจรจาทางสงฆ์จะดำเนินการต่อไปโดยไม่ผูกพันกับมาตรการอื่น ๆ หากประเมินสถานการณ์แล้วมีความเหมาะสมก็จะเข้าจับกุมตามหมายจับของศาล หรือหากอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องคดีในวันที่ 13 ก.ค.นี้ดีเอสไอก็มีหน้าที่ต้องนำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องให้ได้ สำหรับการหารือร่วมกันช่วงบ่ายวันนี้( 14 มิ.ย.) ที่วัดเขียนเขต. ดีเอสไอไม่มีเงื่อนไขใด ๆในการเจรจาทางสงฆ์นอกจากการให้พระธัมมชโยมอบตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ที่ผ่านมาจะสังเกตได้ว่าการทำงานของดีเอสไอเป็นไปตามกฎหมายและอะลุ่มอล่วยให้พระธัมมชโยมาโดยตลอด





