วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สนช.'เห็นชอบ กม.การให้บริการด้านนิติวิทยาศาสตร์

"สนช." เห็นชอบ กม.การให้บริการด้านนิติวิทยาศาสตร์ หลังถกนาน 2 วัน

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ทำหน้าที่ประธาน โดยได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.การให้บริการด้านนิติวิทยาศาสตร์ พ.ศ....ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญที่มีพล.ต.ท. บุญเรือง ผลพาณิชย์ สมาชิกสนช.เป็นประธาน โดยมีสาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว คือ การให้มีสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม มีหน้าที่ให้บริการและส่งเสริมงานด้านนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมกับมีคณะกรรมการกำกับการให้บริการด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งประกอบด้วย ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานกรรมการ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นายกแพทยสภา ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวนไม่เกิน 5 คน เป็นกรรมการ 

ทั้งนี้เป็นการพิจารณาต่อจากการประชุมเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.หลังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ในมาตรา 5 โดยเนื้อหาในมาตรา 5 ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.เสียงข้างมากได้แก้ไขเนื้อหา โดยกำหนดให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์มีหน้าที่พิสูจน์ข้อเท็จจริง แต่ในกรณีที่้เป็นการพิสูจน์ข้อเท็จจริงในคดีอาญาต้องเป็นไปตามมติของคณะกรรมการกำกับการให้บริการด้านนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งสมาชิกสนช. เห็นแย้งกับการแก้ไขดังกล่าวจะเป็นการทำให้การได้รับสิทธิของ ประชาชนในการขอพิสูจน์ทางด้านนิติวิทยาศาสตร์ต้องขึ้นอยู่กับมติของคณะกรรมการฯเพียงฝ่ายเดียว จากเดิมที่ไม่เคยมีการกำหนดกระบวนการในการเข้าถึงสิทธิดังกล่าวเอาไว้ 

นายกล้านรงค์ จันทิก สมาชิกสนช.อภิปรายว่า กฎหมายฉบับนี้มีความสำคัญอย่างมาก ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่จะลงประชามติในวันที่ 7 ส.ค. มีการบัญญัติหมวดปฏิรูปประเทศ โดยหนึ่งในนั้นกำหนดไว้ในมาตรา 258 ด้านกระบวนการยุติธรรมว่าต้องปรับปรุงระบบการสอบสวนคดีอาญาให้มีการตรวจสอบ และถ่วงดุลระหว่างพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการอย่างเหมาะสม รวมทั้งการสอบสวนต้องใช้ประโยชน์จากนิติวิทยาศาสตร์และจัดให้มีบริการด้าน นิติวิทยาศาสตร์มากกว่าหนึ่งหน่วยที่มีอิสระจากกัน เพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการอย่างมีทางเลือก ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ของร่างรัฐธรรมนูญ 

"ขอถามว่าการแก้ไขมาตรา 5 แบบนั้นตอบโจทย์ตามร่างรัฐธรรมนูญนี้อย่างไร การสอบสวนคดีที่ล้าช้านั้นจะไม่เป็นการให้ความยุติธรรม ถูกส่วนหนึ่งครับ แต่ถ้าการสอบสวนที่รวดเร็ว บกพร่องหละหลวมนั่นคือการทำลายระบบกระบวนการยุติธรรม” นายกล้านรงค์ กล่าว 

ด้านพล.ต.ท. บุญเรือง ชี้แจงว่า การดำเนินการด้านนิติวิทยาศาสตร์นั้นโรงพยาบาลทุกแห่งทั่วประเทศเข้ามารับผิดชอบร่วมกันด้วย แต่ตอนนี้มีคนพยายามสร้างภาพว่าการตรวจสอบด้านนิติวิทยาศาสตร์มีเฉพาะตำรวจ และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เท่านั้น ซึ่งส่วนตัวไม่เข้าใจว่าจะสร้างภาพอย่างนั้นไปทำไม

"การตรวจพิสูจน์ด้านนิติวิทยาศาสตร์ หน่วยราชการทุกแห่งที่มีความสามารถทำได้หมด การดำเนินการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ทั้งหมด คณะกรรมาธิการวิสามัญฯได้พิจารณาและฟังความรอบด้าน และเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้ามาร่วมออกความเห็นด้วย ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สภาทนายความ เป็นต้น ก่อนที่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯจะมีมติออกมา เราต้องการให้ประเทศนี้เดินหน้าไปด้วยความบริสุทธิ์และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย" พล.ต.ท.บุญเรือง กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่มีการอภิปรายแต่ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป ทำให้ที่ประชุมต้องลงมติในมาตรา 5 ผลปรากฏว่า ที่ประชุมมีมติเสียงข้างมาก 112 ต่อ 37 คะแนน งดออกเสียง 27 เสียง จากนั้นที่ประชุมได้พิจารณาต่อจนจบทุกมาตรา และได้ลงมติในวาระ 3 ด้วยคะแนน 148 เสียง งดออกเสียง 7 เสียง ประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวใช้เวลาในการประชุมติดต่อกัน 2 วัน