วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ICAOชื่นชมไทยจริงจังแก้ปัญหา

ICAO ชื่นชมไทยจริงจังแก้ปัญหา "นายกฯ" สั่งปรับแผนการทำงานให้กระชับ ให้เห็นผลใน 6 เดือน

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ ภายหลังนาย Arun Mishra ผู้อำนวยการสำนักงานสาขาองค์การการบินพลเรือนระหว่างปรเทศประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ICAO) เข้าเยี่ยมคาราวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่าวันนี้เป็นการหารือ เพื่อแก้ไขปัญหาข้อบกพร่องเกี่ยวกับการบินพลเรือนของไทย ซึ่ง ICAO ได้ปักธงแดงแก่ประเทศไทยไว้ โดย ICAO ได้ชื่นชมการทำงานของรัฐบาลและพล.อ.ประยุทธ์ที่เอาจริงเอาจังในการแก้ไขปัญหา อีกทั้งยังได้ชื่นชมอุตสาหกรรมการบินของไทย ที่ถือว่าใหญ่ระดับถูมิภาค เสริมสร้างการท่องเที่ยวให้เกิดการท่องเที่ยวในภูมิภาค หากแก้ไขปัญหาการบินพลเรือนของไทยได้ ก็จะยกระดับการท่องเที่ยว เพราะมีหลายสายการบินที่ต้องการบินในเส้นทางในประเทศไทย นอกจากนี้การแก้ไขปัญหาที่ผ่านมา ICAO เห็นว่าเป็นไปในทิศทางที่ดี และต้องการเร่งรัดให้มีแนวทางการแก้ไขปัญหาที่กระชับ โดยกระทรวงคมนาคม และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย จะได้ทำงานอย่างเต็มที่และแก้ไขปัญหาที่ ICAO แนะนำได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ ได้มอบหมายให้กระทรวงคมนามคม และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ไปปรับแผนเพื่อแก้ไขปัญหาให้มีความกระชับ เห็นผลภายอย่างเป็นรูปธรรมใน 6 เดือน                                             

นายอาคม กล่าวอีกว่า  ICAO ยังได้ชื่นชมที่รัฐบาลได้สนับสนุน ทั้งบุคลากร งบประมาณ และจากนี้รัฐบาลจะมุ่งมั่นในการใช้บุคลากรที่มีการแยกองค์กรออกมาใหม่ก่อนหน้านี้ ให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ขณะที่ ผอ.ICAO ระบุว่าพร้อมที่จะสนับสนุนในการแก้ไขปัญหาของไทย ซึ่งขณะนี้ได้ส่งผู้เชี่ยวชาญ เข้ามาช่วยเหลือให้คำแนะนำกับเจ้าหน้าที่ของไทยแล้ว 7-8 คน ซึ่งจะทำให้เราเดินไปในทิศทางที่ถูกต้องไม่ล่าช้า                    

ในส่วนของการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมา นายอาคม กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบ จ้างคณะที่ปรึกษาจากประเทศอังกฤษ โดยส่งผู้ที่มีหน้าที่ตรวจสอบเรื่องของสายการบิน เข้ามาทำงานร่วมกับคณะของไทย นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาผู้ตรวจสอบ โดยได้รับความอนุเคราะห์จากกองทัพอากาศ โดยรัฐบาลได้อนุมติงบในการฝึกอบรมให้ ซึ่งมีทั้งหมด 17 คน              

ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเทศไทยต้องการผู้ตรวจสอบทั้งหมดเท่าไหร่ นายอาคม กล่าวว่า เป็นไปตามสัดส่วนของแผนพัฒนาที่ไทยได้ยื่นไป โดยเป็นแผน 5-10 ปี ที่ต้องสัมพันธ์กับจำนวนสายการบิน และเครื่องบินที่มีอยู่ คาดว่าภายใน 5 ปีจะต้องพัฒนาให้ได้ประมาณ 30 คน และขณะนี้ไทยมีอยู่แล้วประมาณ 17 คน โดยพัฒนามาจากนักบินมาเป็นผู้ตรวจสอบ และทางกองทัพอากาศได้ส่งเจ้าหน้าที่มาทำงานร่วมในช่วง 1-2 ปีแรก ซึ่งถือเป็นช่วงระยะเวลาที่แก้ปัญหา โดยทำงานควบคู่ไปกับกฎกติกา ICAO ที่มีการปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้สายการบินและเครื่องบินที่ได้รับอนุญาต หรือใบรับรองให้ผ่านการตรวจสอบก่อนที่จะออกใบอนุญาตให้ใหม่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาคมโลก คาดว่าในเดือนก.ค.จะสามารถเริ่มทำการตรวจสอบได้  เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานคู่มือฉบับใหม่ที่ไทยได้ปรับปรุงแล้ว                         

ผู้สื่อข่าวถามว่า ผอ.ICAO ยื่นหนังสืออะไรต่อนายกฯ นายอาคม กล่าวว่า เป็นหนังสือแสดงความชื่นชม เรื่องความมุ่งมั่นต่อการแก้ไขปัญหาและยินดีให้การสนับสนุนในการแก้ปัญหาและต้องการให้เร่งรัดในการแก้ปัญหาให้เร็วขึ้น ซึ่งถ้าไทยยิ่งทำได้เร็วเท่าไหร่ก็จะทำให้เศรษฐกิจทางอุตสาหกรรมการบินซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการท่องเที่ยวในเอเชียแปซิฟิก เพราะเขามองว่าไทยจะเป็นศูนย์กลาง ไม่เฉพาะอาเซียนเท่านั้น แต่ในเอเชียแปซิฟิกเลย จึงเป็นจุดที่สำคัญที่เขาต้องการให้ไทยเร่งขึ้นมา ดังนั้นไทยจึงกำหนดว่าในเรื่องการออกใบรับรองให้ใหม่ เราจะทำให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน นับจากเดือน ก.ค. หลังจากนั้นเราจึงมาประเมินตัวเองกันเป็นข้อ ๆ ว่าเราสอบผ่านหรือไม่ ก่อนที่จะมั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์ แล้วจึงให้เขามาประเมินเราอีกครั้ง  สำหรับการปลดล็อคธงแดงนั้นขึ้นอยู่กับความพร้อมของประเทศไทย ที่จะแก้ปัญหาให้ได้ทั้ง 8 ด้าน 33 ข้อตามที่ ICAO ระบุ และเมื่อไทยพร้อมจึงยื่นให้ ICAO มาทำการตรวจสอบซ้ำว่าเราสามรถแก้ปัญหาได้ครบทั้งหมด                      

“ในช่วง 6 เดือนนี้ นายกฯมอบหมายว่า หลังจากที่มีผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย  คนใหม่ก็ให้ทำโรดแม็พ หรือทำแผนว่าใน 1 เดือนนั้น มีงานด้านไหนบ้างที่ต้องทำซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างที่สำนักงานการบินพลเรือนและกระทรวงคมนาคมกำลังร่วมทำแผนดังกล่าว  นอกจากนี้ยังมีข้อสรุป เป็นข้อเสนอแนะจากศูนย์คณะกรรมการศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการบินพลเรือน (ศบปพ.) ด้วยที่ได้ดำเนินการมาในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาคงต้องนำมาดูร่วมกัน ดังนั้น แผนของโรดแม็พต้องชัดเจนว่าใน 6 เดือน ไม่ใช่เฉพาะเรื่องของการออกใบรับรอง แต่ยังมีความต้องการในการปรับปรุงด้านอื่น เช่น เรื่องการแก้ไขกฎหมายหรือการรับคนใหม่เข้ามาแล้วเริ่มกระบวนการสร้างคนในอนาคต” นายอาคม กล่าว