วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไทยกางแผนเปิด4เส้นทางบินใหม่เชื่อม‘ซีแอลเอ็มวี’

การเป็นเจ้าภาพจัดงาน “ไทยแลนด์ ทราเวล มาร์ท พลัส” ระหว่างวันที่ 8-10 มิ.ย.นี้

ณ ศูนย์การประชุมและการแสดงสินค้านานาชาติ เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ ไทยร่วมกับประเทศในกลุ่มซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา, ลาว, เมียนมา, เวียดนาม) แถลงความร่วมมือส่งเสริมการท่องเที่ยวภายใต้หัวข้อ“ซีแอลเอ็มวีที ลิงค์ : พรอสเพอร์ ทูเกตเธอร์” โดยแต่ละประเทศได้นำเสนอจุดเด่นของการท่องเที่ยวที่ต้องการส่งเสริม

ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)  กล่าวว่า ไทยได้ใช้ โอกาส ประกาศบทบาทผู้นำในการเปิดเส้นทางเชื่อมโยงทางอากาศ ให้กับเอเยนต์ต่างประเทศ กว่า 305 รายที่ร่วมงาน หลังจากที่ ททท. มอบหมายสำนักงานต่างประเทศ ศึกษาเส้นทางที่มีศักยภาพและนำไปเสนอต่อสายการบินของไทย และ สรุป่ว่า ได้รับความร่วมมือจาก 3 สายการบินร่วมเปิดเส้นทางเชื่อมโยงใหม่ 4 เส้นทาง

ได้แก่ บางกอกแอร์เวย์ส เตรียมเปิดตัวเชียงใหม่-หลวงพระบาง และเชียงใหม่-เวียงจันทน์  ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. จำนวน 7 เที่ยวบิน/สัปดาห์ และอีกเส้นทางคือ ตราด-พนมเปญ (กัมพูชา) อยู่ระหว่างการพิจารณา ส่วนนกแอร์ เตรียมเปิดเส้นทาง กรุงเทพฯ-มัณฑะเลย์ (เมียนมา) เริ่มทำการบินในเดือน ต.ค.-พ.ย. ด้วยความถี่ 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และไทยแอร์เอเชีย เริ่มเปิด 2 เส้นทางใหม่เข้าสู่ สปป.ลาว ได้แก่ กรุงเทพฯ-หลวงพระบาง และกรุงเทพฯ-เวียงจันทน์ แล้ว

        ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา  การกระตุ้นตลาดอาเซียน จะช่วยให้เกิดการหมุนเวียนรายได้ที่ดี โดยปัจจุบันประชากรอาเซียนทั้งหมด 680 ล้านคน หากแต่ละประเทศมีฐานนักท่องเที่ยวไฮเอนด์ราว 10% ก็จะเป็น 68 ล้านคน และถ้าไทย ดึงกลุ่มดังกล่าว  ได้ 10%  จะเท่ากับ ปริมาณ 6.8 ล้านคนที่เป็นตลาดคุณภาพ ซึ่งถือเป็นฐานตลาดใหญ่ที่ช่วยกระจายความเสี่ยงในภาวะที่ตลาดอื่นผันผวนนอกจากเส้นทางการบินใหม่แล้ว ไทยจะเปิดตัว 10 เส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงร่วมกัน ภายใต้ 6 กลุ่มสินค้าท่องเที่ยวด้วย

            ศรีสุดา วนภิญโญศักดิ์ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท. กล่าวว่า นอกจาก 4 เส้นทางที่ยืนยันแล้ว สายการบินที่เป็นพันธมิตรยังอยู่ระหว่างการศึกษาศักยภาพเส้นทางอื่นๆ อีก เช่น สายการบินบางกอกแอร์เวยส์ กำลังพิจารณาเปิดเส้นทาง เชียงใหม่-บากัน (เมียนมา) ขณะที่นกแอร์แสดงความสนใจเปิดเส้นทางสู่หลวงพระบาง และเสียมราฐ (กัมพูชา) เช่นกัน แต่ในแต่ละเส้นทางยังมีอุปสรรคบางเรื่อง เช่น สนามบินปลายทางยังขาดสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับเที่ยวบินต่างประเทศ รวมถึงติดปัญหาเรื่องสิทธิการบิน เป็นต้น

            นอกจากนั้น ททท. มีแผนหารือกับสายการบินให้ช่วยขยายจุดหมายไปนอกขอบเขตอาเซียน เพื่อดึงตลาดที่มีศักยภาพเข้าไทย โดยมุ่งเป้าหมายไปที่ อินเดีย และปัจจุบันได้รับความร่วมมือจากสายการบินไทยสมายล์ ในการเปิดเส้นทางใหม่ในอินเดีย ได้แก่ ลัคนาว, ไฮเดอราบัด, ไจปูร์ และชานดิการ์

              ในการนำเสนอ 10 เส้นทางใหม่ร่วมกับกลุ่มซีแอลเอ็มวีนั้น บางเส้นทางจะเป็นการจับคู่ในระดับทวิภาคี เช่น ไทยกับเมียนมา ในรูปแบบ 2 ประเทศ 1 จุดหมาย (Two countries, One destination) หรือบางเส้นทางจะเชื่อมโยงทั้ง 3 ประเทศ เช่น ไทย-ลาว-เวียดนาม ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในเรื่องความสะดวกในการเดินทาง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักด้วย

         ด้าน วู นัม ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านส่งเสริมการตลาด องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเวียดนาม กล่าวว่า กลุ่มซีแอลเอ็มวีมีแผนการส่งเสริมเส้นทางท่องเที่ยวรวมกัน โดยหนึ่งในเส้นทางที่เวียดนามเตรียมชูเป็นจุดขายคือเส้นทางมรดกโลก ภายใต้โครงการสามเหลี่ยมมรดกโลก (World Heirtage Triangle) ร่วมกัน 3 ประเทศคือ ฮาลองเบย์ - หลวงพระบาง - อุดรธานี ซึ่งต่างมีแหล่งท่องเที่ยวที่ยูเนสโกให้การรับรอง คาดว่าจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของการท่องเที่ยวอาเซียน คู่ขนานกับความร่วมมือในด้านอื่นๆ ที่อยู่ระหว่างการขับเคลื่อน อาทิ มาตรการซิงเกิ้ลวีซ่า

             ปัจจุบันตลาดท่องเที่ยวเวียดนามเติบโตอย่างมาก รายได้จากการท่องเที่ยวคิดสัดส่วนเป็น 7% ของจีดีพี ด้วยจำนวนรายได้ราว 3.87 แสนล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาเดินทางเข้าร่วมงานทีทีเอ็ม พลัส ที่ไทยเป็นเจ้าภาพต่อเนื่องมาทุกปี เนื่องจากเห็นศักยภาพในการทำตลาดท่องเที่ยวเชื่อมโยง รวมถึงต้องการเปิดตลาดคนไทยให้รู้จักเวียดนามมากขึ้นด้วย