"อธิบดีดีเอสไอ" แจงสอบสวนคดีฟอกเงินสหกรณ์คลองจั่นนับ 10 คดีคืบหน้า พร้อมยืนยัน คดี "ธัมมชโย" ไม่ล่าช้า
พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ข้อหาสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร จากการรับเช็คบริจาคจากสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น โดยยืนยันว่า ดีเอสไอเดินหน้าดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่มีหยุด และไม่ได้ล่าช้า หากสรุปสำนวนแล้วเสร็จก็พร้อมสั่งฟ้องทันที ไม่เกี่ยวกับการเจรจาทางสงฆ์ พร้อมย้ำว่า ยังทำตามแผนเดิม มีการทำงานเป็นขั้นตอนและประเมินสถานการณ์ตลอด โดยกรณีดังกล่าวยังมีผู้เกี่ยวข้องที่ต้องถูกดำเนินคดีอีกหลายกลุ่มนับ 10 คดี
ส่วนกรณีที่วัดพระธรรมกายยื่นเงื่อนไขขอเปลี่ยนพนักงานสอบสวนนั้น พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า ตนยังไม่ได้รับหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการ การจะเปลี่ยนพนักงานสอบสวนหรือไม่ต้องพิจารณาเหตุผลว่า ทางวัดเห็นว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างไร หากพนักงานสอบสวนทำตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างถูกต้อง ก็ไม่มีเหตุให้ต้องเปลี่ยนตามที่ร้องขอ ย้ำว่าการสอบสวนคดีดังกล่าวดีเอสไอทำในลักษณะของคณะกรรมการ มีที่ปรึกษาคอยให้คำแนะนำร่วมด้วย การตัดสินใจก็เป็นมติของที่ประชุม
อธิบดีดีเอสไอ กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีที่มีการร้องเรียนว่าวัดพระธรรมกาย ก่อสร้างสถานปฏิบัติธรรมสาขาย่อยที่เกาะยาว จ.พังงา รุกล้ำป่าสงวนแห่งชาตินั้น ดีเอสไอตรวจสอบคดีบุกรุกทุกคดี ไม่ได้ทำเฉพาะคดีบุกรุกของวัดพระธรรมกาย ซึ่งในการประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ(กคพ.) ในวันที่ 10 มิ.ย.นี้ก็จะมีการพิจารณาคดีการบุกรุกทั้งหมด ภายหลังกฎหมายมีผลบังคับให้คดีเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติเป็นคดีแนบท้ายพ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ
เมื่อถามถึงกรณีที่ทนายความของชายพิการที่ถูกรุมทำร้ายจนเสียชีวิตของพื้นที่ สน.โชคชัย จะยื่นขอให้ดีเอสไอรับโอนคดีมาสอบสวนเป็นคดีพิเศษ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า เบื้องต้นต้องดูผู้รับผิดชอบคดีเดิม หากไม่ใช่คดีความผิดตามบัญชีแนบท้ายการสอบสวนคดีพิเศษ ก็ต้องมีผู้ร้องเข้ามาก่อน จากนั้นจึงเสนอให้ที่ประชุมกคพ.เป็นผู้พิจารณา





