สธ.เปิดเวทีสุขภาพจิตนานาชาติ ชูแนวคิด “สติ วิถีแห่งสุขภาพดี” ฝึกสติช่วยบรรเทา บำบัดความเครียดและโรคเรื้อรัง
ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กทม. นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการสุขภาพจิตนานาชาติ ครั้งที่15และประชุมวิชาการสุขภาพจิตและจิตเวชเด็กครั้งที่13ปี2559ระหว่างวันที่ 8-10 มิถุนายนซึ่งปีนี้ เน้นประเด็น“สติ วิถีแห่งสุขภาพดี”(Mindfulness for Healthy Lives)โดยมีบุคลากรด้านสุขภาพ นักวิชาการ คณาจารย์ ผู้ปฏิบัติงานสุขภาพจิต และเครือข่ายสุขภาพจิตที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวม 12 ประเทศได้แก่ประเทศออสเตรเลีย จีนฮ่องกง ไต้หวันอินโดนีเซียมาเลเซียพม่าเวียดนาม ญี่ปุ่นสิงคโปร์ศรีลังกาและประเทศไทย
นพ.โสภณ กล่าวว่า องค์การสหประชาชาติได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือSustainable Development Goals (SDGs)เพื่อเป็นทิศทางการพัฒนาประชาคมโลก จัดการปัญหาต่างๆ ร่วมกันในระยะ 15 ปี (ก.ย.2558 – ส.ค.2573) โดย 1 ใน 17 เป้าหมายที่เกี่ยวกับสุขภาพ ได้แก่ เป้าหมายหลักที่ 3 การมีสุขภาพที่ดีในทุกช่วงอายุ ซึ่งสุขภาพที่ดีนั้น ต้องดีทั้งร่างกายและจิตใจ ผลสำรวจระบาดวิทยาสุขภาพจิตของคนไทยระดับชาติล่าสุด ปี 2556 พบว่า คนไทยร้อยละ 1.8 หรือประมาณ 9 แสนคนเป็นโรคซึมเศร้าขณะที่ร้อยละ 3.1 หรือประมาณ 1.6 ล้านคน เป็นโรควิตกกังวล ประกอบกับปัจจุบันประชาชนเริ่มมีความตระหนักและต้องการพัฒนาตนเอง โดยเฉพาะการพัฒนาจิตใจ การฝึกสติจึงเป็นวิธีที่ได้ผลดี ค่าใช้จ่ายต่ำและเหมาะสมกับวิถีชีวิตทางสังคม ใช้ในชีวิตประจำวันได้ ทั้งในการทำงาน สร้างสัมพันธภาพในสังคม และการดูแลสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุขจึงให้ความสำคัญในแนวคิด“สติ วิถีแห่งสุขภาพดี”ที่มุ่งให้สุขภาพดีและอยู่อย่างเป็นสุข ทุกช่วงวัย สมบูรณ์ทั้งทางกาย จิตใจ และสังคม ด้วยการฝึกสติซึ่งมีการศึกษาวิจัยทั้งในและต่างประเทศ พบว่า การฝึกสติเป็นประจำและสม่ำเสมอจะช่วยป้องกัน บรรเทาและบำบัดอาการเจ็บป่วยได้อย่างหลากหลาย รวมถึงอาการที่เกิดจากความเครียด เช่น ความวิตกกังวล อาการซึมเศร้า พฤติกรรมเสพติดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจและมะเร็ง โดยเฉพาะอาการปวดเรื้อรัง นอนไม่หลับไมเกรนภูมิแพ้ หอบหืด
นพ. เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่ากรมสุขภาพจิต จัดประชุมวิชาการสุขภาพจิตนานาชาติครั้งนี้ ภายใต้แนวคิด“สติ วิถีแห่งสุขภาพดี”มุ่งส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิต ป้องกันโรค ลดความเสี่ยงด้านสุขภาพ ตลอดจนลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา เป็นการต่อยอดระบบสุขภาพให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งนี้มีการมอบรางวัลMental Health Awardและรางวัลเกียรติยศให้กับบุคคลและหน่วยงานที่มีผลงานด้านสุขภาพจิตดีเด่นรวม 10 รางวัลรางวัลMental Health Awardได้แก่นพ.สุจริต สุวรรณชีพ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต และProfessor Dr.Duu-Jian Tsai, Taipei Medical University, Taiwanรางวัลเกียรติยศศ.นพ.ประสพรัตนากร(ด้านสังคม)ประเภทบุคคลได้แก่พันเอกจรัส ลิ่มอรุณ นายกสมาคมสานสัมพันธ์ จ.เชียงใหม่ ประเภทองค์กรได้แก่บริษัทมาสเตอร์วัน วีดีโอโปรดักชั่น จำกัด ผู้ผลิตละคร “วัยแสบสาแหรกขาด”รางวัลเกียรติยศนพ.อุดมลักษณวิจารณ์(ด้านชุมชน)ด้านบริหารจัดการงานสุขภาพจิตและจิตเวชได้แก่นพ.สมนึก หลิมศิโรรัตน์รพ.ราชบุรีนพ.เอ็มนัสรี มินทราศักดิ์ รพ.ปัตตานี นพ.กิตติศักดิ์ สุรพงษ์พิวัฒนะ รพ.สุรินทร์ และ ด้านงานส่งเสริมสุขภาพจิตและป้องกันปัญหาสุขภาพจิต ได้แก่ นพ.ชวินทร์ ศิรินาค ผอ.สำนักอนามัย กทม. นพ.ประสิทธิ์ชัย มั่งจิตร ผอ.รพ.แก่งคอย จ.สระบุรี และ นางถนอม ป้อมกสันต์ รพ.บางระกำ จ.พิษณุโลก
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการปาฐกถาพิเศษ การบรรยาย การอภิปราย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการนำเสนอผลงานทางวิชาการ หัวข้อที่น่าสนใจเช่น ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “สติ วิถีแห่งสุขภาพดี”โดย ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล,New Directions in CBT: Applied Mindfulness for Engaged Living,สร้างสุขด้วยสติในองค์กร, ก้าวทันปัญหาการฆ่าตัวตายของประเทศไทย,Changing Minds - the inside story,Recovery Application in Asian Countries,ทางเลือกหรือทางรอด:การเจรจาต่อรองบุคคลในภาวะวิกฤต, การรักษาเด็กสมาธิสั้นด้วยสติบำบัด, โลกของซึมเศร้าในอาเซียน:มองอย่างเข้าใจ จุดไหนที่เราอยู่และจะไปสู่สิ่งใด, สติกับผู้สูงวัย เพื่อการใช้ชีวิตอย่างชาญฉลาดและเป็นสุข, ระบาดวิทยาและปัญหาสุขภาพจิตชายแดนใต้,Game Addiction,แนวคิดใหม่ในการบำบัดผู้ป่วยโรคร่วมจิตเวชแอลกอฮอล์และสารเสพติด และ สื่อสารสุขภาพจิตอย่างไรในSocial Mediaเป็นต้น




