"พ.อ.หญิงศิริจันทร์" ชี้คสช.หนุนใช้กฎหมายฟันนักการเมืองหากพูดบิดเบือน ยันไม่ก้าวล่วงเดินทางไปตปท. ชี้เป็นสิทธิ์ชอบธรรม แต่ห้ามทำปท.เสียหาย
ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึง การดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของ คสช.ในขณะนี้ ว่า โรดแมปคสช.ยังดำเนินการไปตามกรอบเดิม การทำงานของคสช. ยังคงมีการดูแลอยู่ 3 ส่วน คือ ดูแลความปลอดภัยความสงบเรียบร้อยโดยส่วนรวม สนับสนุนการทำงานของรัฐบาล และช่วยเหลือประชาชนในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ สร้างสภาวะแวดล้อม ที่เหมาะสมในการเดินทางสู่โรดแมป ซึ่งมาตรการต่าง ๆของคสช.ได้ขอความร่วมมือทุกส่วนเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยในทุก ๆ เรื่อง ทั้งเรื่องการใช้ชีวิตของประชาชน การดำเนินงานของทางภาครัฐ อะไรที่เป็นส่วนที่จะทำให้ เกิดความไม่เรียบร้อย ทั้งการไม่เคารพกฎหมาย หรือการสร้างให้เกิดความวุ่นวายในเรื่องอื่น ๆ ใด ๆ ก็แล้วแต่ คสช.ยังคงใช้มาตรการเดิม ๆ ที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นคำสั่ง การขอความร่วมมือ อาจจะมีการปรับเปลี่ยนบ้างตามที่มีการแจ้งให้รับทราบในบางมาตรการและวิธีการบางอย่าง
“สิ่งหนึ่งที่คสช.ได้ดำเนินการคือเรานำเอากฎหมายปกติมาเป็นกรอบในการแก้ปัญหาในทุก ๆ เรื่อง เช่น ประชาชนมีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับที่ดิน ก็ใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับที่ดิน เรื่องของสถานบริการ เรื่องของสินค้าหนีภาษี เรื่องของเกษตรกร ทุกอย่างจะใช้กฎหมายปกติเป็นหลัก การชุมนุมสาธารณะเราก็ยึดโยงกับกฎหมายการชุมนุมสาธารณะ เป็นเรื่องพื้นฐานที่คสช.ได้ดำเนินการ และขณะนี้ยังไม่มีการออกมาตรการอื่นใดนอกเหนือจากที่มีอยู่นอกที่จะทำให้สถานการณ์ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย” รองโฆษก คสช. กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการแสดงความคิดเห็นของบุคคลเดิม ๆ อาทิ นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย จะดำเนินการอย่างไร พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า การแสดงความคิดเห็นในสิ่งที่คสช. อยากให้เป็น คือต้องอยู่บนพื้นฐานของความจริงใจ ของความเป็นไปได้ และเป็นไปในทางที่ไม่ละเมิดสิทธิ์ผู้อื่น และไม่ทำให้ผู้อื่นเสียหาย เป็นสิ่งที่คสช. แจ้งและบอกต่อสาธารณะมาอย่างต่อเนื่อง หากมีอะไรที่ทำให้เกิดความเสียหาย ต่อองค์กร ต่อบุคคล ก็ย่อมเป็นสิทธิ์อันโดยชอบธรรม ที่บุคคล หรือองค์กรนั้นจะใช้สิทธิ์ตามกฎหมายในการดำเนินการ ต่อการลงโทษกล่าวร้ายหรือการบิดเบือนข้อมูล ซึ่งการดำเนินการต่อไปคงจะออกไปในทิศทางนั้น
ส่วนที่คสช.ได้อนุญาตให้บุคคลทางการเมืองที่ไม่มีคดีความเดินทางไปต่างประเทศ ได้มีการติดตามความเคลื่อนไหวหรือไม่ พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า เรื่องการเดินทางไปต่างประเทศของบุคคลใดก็แล้วแต่เป็นสิทธิ์ อันชอบธรรมของบุคคลนั้น จะไปทำอะไร จะไปเรื่องอะไร คสช.เองคงไม่ไปก้าวล่วง เราคงดูอยู่ห่าง ๆ ถ้าไม่มีอะไรที่ ปรากฏต่อสาธารณะอย่างชัดเจนว่า มีการกระทำอันใดที่ส่งผลต่อความเรียบร้อยของบ้านเมือง คสช.ก็เคารพในกิจวัตรของทุกท่าน ไม่ได้ติดตามอะไรเป็นสำคัญ
ผู้สื่อข่าวถามว่าในส่วนของนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ถูกยกเลิกพาสปอร์ตไปนั้นคสช.จะมีการคืนให้หรือไม่ พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า ต้องเป็นไปตามกระบวนการออกหรือการให้ พาสปอร์ต ของหน่วยงานที่เกี่ยงข้อง มีข้อกำหนดอยู่ว่า ตรงไหนให้ได้ หรือต้องระงับหรือตรงไหนสามารถผ่อนผันได้ คงจะต้องเป็นอำนาจหน้าที่ของกระทรวงที่รับผิดชอบโดยตรง คสช.คงไม่ไปก้าวล่วงตรงนั้น หลักพื้นฐานการได้พาสปอร์ต หรือหนังสือเดินทางในฐานะคนไทย ท่านสามารถเข้าสู่กระบวนการที่เกี่ยวข้องได้ แต่ถ้าทำผิดมีข้อติดขัดในเรื่องของกฎหมาย มีคำสั่งศาล ท่านมีข้อจำกัด นั้นก็เป็นดุลพินิจของหน่วยงาน ที่จะพิจารณาที่ไม่สามารถจะออกให้ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าการอายัดบัญชีของนักการเมืองบางคนคสช.จะมีการพิจารณาในเรื่องนี้หรือไม่ พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าว่า ต้องไปดูที่มาที่ไปก่อนว่า สาเหตุของการระงับธุรกรรมทางการเงิน ของบุคคลใดบุคคลหนึ่งมันต้องมีที่มาที่ไป มีพื้นฐานความผิด มีพฤติกรรม และมีข้อบ่งชี้ชัดเจน นั้นก็เป็นเงื่อนไขหลักของคสช.ชัดเจน ถ้าสามารถชี้แจงทำให้สังคม หรือกระบวนการตรวจสอบได้มั่นใจว่าได้ดำเนินการทุกอย่างบนความถูกต้อง ก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องไปยึดทรัพย์




