"องอาจ" แนะทุกฝ่ายรอคำวินิจฉัยศาลรธน.ที่จะพิจารณาพ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 61 วรรคสอง จี้ "กกต.-กรธ." หารือกันกรณีเสื้อรับ-ไม่รับร่างรธน.
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวที่อาจยกเลิกการทำประชามติ หรือเลื่อนวันออกเสียงประชามติออกไป ภายหลังผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยพ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ มาตรา 61 วรรคสอง ว่าขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาณใดๆ ว่าจะยกเลิก เชื่อว่าการทำประชามติคงมีอยู่ต่อไป ส่วนการเลื่อนวันออกเสียงประชามติหรือไม่ คงขึ้นอยู่กับศาลรัฐธรรมนูญว่าจะวินิจฉัยออกมาอย่างไร
“แนวทางการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ น่าจะมี 2 แนวทาง คือ 1. รับหรือไม่รับพิจารณาคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน 2. กรณีที่ไม่รับ คำร้องก็ตกไป กรณีรับคำร้องก็จะพิจารณาต่อไปว่าพ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 61 วรรคสอง ขัดกับเสรีภาพของประชาชน และขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ดังนั้น ขณะนี้ทุกฝ่ายควรจับตา คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะออกมาอย่างไรเสียก่อน มากว่าจะมองว่าการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ อาจทำให้กระบวนการออกเสียงประชามติเกิดปัญหาจนต้องเลื่อนการทำประชามติหรือถึงขั้นยกเลิกการทำประชามติ” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
นายองอาจ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่วิตกกังวลว่าพ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 61 วรรคสอง บังคับใช้ไม่ได้ อาจนำไปสู่การบิดเบือนเนื้อหาสาระของร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อไม่มีกฎหมายควบคุมจะก่อให้เกิดความวุ่นวายในการทำประชามติ ว่า แม้ว่ามาตรา 61 วรรคสองจะบังคับใช้ไม่ได้ ก็มีกฎหมายอื่นที่สามารถนำมาใช้ได้ ทั้งกฎหมายอาญา พ.ร.บ. ชุมนุมในที่สาธารณะ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และประกาศ คสช. อีกหลายฉบับ จึงไม่น่าวิตกกังวล
“กรณีที่มีผู้ใส่เสื้อรับ ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ และกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ท่านหนึ่งเห็นว่าสามารถทำได้ ถ้าไม่นำไปสู่การปลุกระดม ขณะที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ท่านหนึ่งเห็นว่า ทำไม่ได้ ผิดกฎหมายประชามติ ผมเห็นว่า ทั้งกกต.และกรธ.ควรหารือกันแล้วมีคำตอบไปในทิศทางเดียวกันเพื่อป้องกันความสับสนและความเข้าใจผิด เพราะผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำประชามติทั้งกกต. และกรธ.ยังไปกันคนละทิศคนละทางกันไปเรื่อย ๆ แบบนี้ น่าจะไม่ส่งผลดีต่อการทำประชามติ





