"กระทรวงมหาดไทย" เข้มแผนสามวันก่อนประชามติ ติดตามกลุ่มมวลชน พร้อมดูแลสถานการณ์หลังประชามติ
แหล่งข่าวระดับสูงในกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้จัดวางบทบาท ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญ โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เริ่มจัดกิจกรรมรณรงค์ “1ส.ค.ประชารัฐร่วมใจประชาธิปไตยมั่นคง” ในช่วงตั้งแต่ 22 – 31พ.ค.59 ที่ผ่านมา มีการจัดอบรมวิทยากร(ครู ข.)ระดับอำเภอ รวมถึงการเปิดตัวแอพพลิเคชั่น “ฉลาดรู้ประชามติ” เมื่อวันที่16พ.ค.ที่ผ่านมา หรือการที่ กกต. เปิดศูนย์อำนวยการออกเสียงประชามติ โดยมีการอบรมวิทยากร(ครู ก.)ระดับจังหวัดไปแล้ว เมื่อวันที่ 18 – 19 พ.ค. นอกจากนี้ตั้งแต่วันที่ 1 – 15มิ.ย.นี้ จะเป็นการจัดอบรมวิทยากร(ครู ค.)ระดับหมู่บ้าน จนวันที่ 16พ.ค. – 5 ส.ค.59 โดยที่วิทยากรทุกระดับจะลงพื้นที่ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์เนื้อหาสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ
อย่างไรก็ตามในช่วงวันที่ 7 มิ.ย. – 7 ก.ค.นี้ จะเป็นการเปิดให้ผู้พิการ ทุพพลภาพ และผู้สูงอายุลงทะเบียนของใช้สิทธิฯ ที่หน่วยออกเสียงพิเศษ วันที่ 26 มิ.ย. แล้วจะเริ่มเผยแพร่เทปการแสดงความเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 24 ก.ค. โดย กกต. จะจัดส่งหนังสือแจ้งสิทธิ์ในการลงประชามติทุกครัวเรือน เหล่านี้เป็นวิธีขั้นตอนกระบวนการ ที่มีการดำเนินการก่อนที่จะมีการออกเสียงลงประชามติในวันที่ 7 ส.ค.59
“ ที่สำคัญบทบาทของกระทรวงมหาดไทย ก่อนวันออกเสียงประชามติ 3 วัน เราจะต้องมีการตรวจสอบติดตามความของกลุ่มมวลชนต่างๆอย่างเข้มงวด รวมถึงความพร้อมในการออกเสียงประชามติจากทุกอำเภอ สภาพอากาศ ทดสอบระบบการสื่อสาร ที่สามารถเชื่อมโยงทุกระดับตั้งแต่หน่วยออกเสียงมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อปฏิบัติการตามแผนรักษาความสงบเรียบร้อย แผนเผชิญเหตุ ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมาย หากเกิดความไม่สงบขึ้น ขณะที่ในวันออกเสียงประชามติ 7 ส.ค. เรื่องนี้เราจะทำตามแผนก่อนวันออกเสียง 3 วัน แล้วมีการปฏิบัติตามที่ กกต.ร้องขอมา” แหล่งข่าวคนเดิม กล่าว
แหล่งข่าวยังระบุด้วยว่า บทบาทของกระทรวงมหาดไทยหลังวันออกเสียงประชามติ ตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคมเป็นต้นไป เรายังต้องติดตามความเคลื่อนไหวกลุ่มมวลชนอยู่ตลอดแบบใกล้ชิด ปฏิบัติตามแผนรักษาความสงบเรียบร้อย ถ้าหากร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ ทางนายกรัฐมนตรีจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ภายใน 30 วันนับแต่ประกาศผล ทำให้รัฐธรรมนูญจะประกาศใช้ประมาณเดือนตุลาคม 2559 รวมถึงจะประกาศใช้กฎหมายลูกประมาณเมษายน 2560 จนมีการเลือกตั้ง ส.ส. ประมาณสิงหาคม ถึงเดือนกันยายน 60 ในส่วนถ้าคำถามพ่วงไม่ผ่านก็อาจจะเลือกตั้งเร็วขึ้น 1 เดือน แต่ถ้าร่างฯไม่ผ่านประชามติ คงจะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 เพื่อให้อำนาจว่า จะดำเนินการต่ออย่างไร เช่น อาจให้นำรัฐธรรมนูญฉบับใดหรือหลายฉบับมาแก้ หรือ หัวหน้า คสช. ใช้มาตรา 44 ในการร่างฯ และประกาศใช้ โดยไม่ต้องกลับมาทำประชามติใหม่ แต่คิดว่า มีความเป็นไปได้น้อย เพราะเป้าหมายให้มีการเลือกตั้งภายในปี 60





