อังคณา” จี้ รัฐเปิดกว้างถกแถลงช่วงการลงประชามติ ตามข้อเสนอเวทียูพีอาร์ เชื่อเป็นประโยชน์ต่อรัฐธรรมนูญ-กฎหมายลูก
ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) นางอังคณา นีละไพจิตร กสม.ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมือง กล่าวว่า จากการประชุมคณะทำงานของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติที่มีการพิจารณาสถานการณ์สิทธิมุนษยชนของประเทศสมาชิกตามกระบวนการ UPR ที่มีข้อเสนอจากต่างประเทศที่ให้ข้อเสนอต่อประเทศไทยที่เสนอให้มีการถกแถลงสาธารณะในเรื่องที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ และประเทศไทยได้รับข้อเสนอดังกล่าวแล้ว ก็หวังว่าทางรัฐบาลจะให้ความสำคัญ และเปิดกว้างให้มีการถกแถลงสาธารณะ เพราะจะเป็นการให้ความรู้แก่สังคม ซึ่งในเรื่องนี้กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) เพียงลำพังคงจะไม่สามารถชี้แจงได้ทั่วถึง
หากมีการตั้งคำถามต่อสาธารณะ มีการให้ความเห็น ก็เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ ซึ่งหากการถกแถลงเกิดขึ้นในลักษณะการจัดประชุมเชิงวิชาการ การสัมมนา ที่ไม่ได้เป็นการให้ร้ายป้ายสีใคร รัฐบาลก็ควรที่จะใจกว้างที่จะเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถึงข้อมูลข่าวสาร เพราะในเรื่องสิทธิเสรีภาพในการแสดงความเห็น หรือสิทธิที่จะรับทราบข้อมูลข่าวสารเป็นสิทธิของประชาชน เรื่องนี้จึงถือเป็นเรื่องสำคัญมากโดยเฉพาะในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านและการทำให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการให้ความเห็นต่อรัฐธรรมนูญจะเป็นประโยชน์ต่อรัฐเอง เพราะรัฐจะได้มีมุมมองที่หลากหลายมากขึ้น และรู้ว่าประชาชนคิดอะไร เพราะหากประชามติไม่ผ่านแล้วการที่รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรต่อไปนั้นก็จะได้รู้ว่าประชาชนคิดอย่างไร และกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเองก็จะได้แนวคิดที่หลากหลายของประชาชนมาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญด้วย
นางอังคณา กล่าวอีกว่า กสม.เคยมีการออกแถลงการณ์เรื่องระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)เกี่ยวกับการทำประชามติ ซึ่งสิ่งที่น่ากังวลคือการใช้ดุลยพินิจในการตีความ เพราะมีความกังวลว่ามีการเปิดโอกาสให้ใช้ดุลยพินิจมาก แม้กระทั่งการแต่งตัวที่เป็นสัญลักษณ์ก็มีความผิด ซึ่งเราก็กังวลว่าจะไปขัดกับสิทธิเสรีภาพในความเป็นส่วนตัว เพราะการใส่เสื้อว่ารับหรือไม่รับหากไปยืนหน้าคูหาออกเสียงประชามติในช่วงที่มีการลงประชามตินั้นถือว่าเป็นความผิดในฐานชี้นำอยู่แล้ว แต่เวลาปกติหากมีการใส่เสื้อลักษณะนี้ โดยส่วนตัวก็เห็นว่าไม่น่าจะเป็นความผิด เพราะเป็นสิทธิในการแสดงความเห็น ดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ กกต.ต้องเปิดใจกว้างด้วย อย่าให้ประเด็นเล็กๆน้อยๆมาทำให้เกิดความแตกแยกกันมากขึ้น





