วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปปช.เลื่อนถกปมถอนฟ้อง 'คดีสลาย พธม.ปี51'

“ป.ป.ช.” เลื่อนถก ปม ถอนฟ้อง “คดีสลายพันธมิตรฯ ปี51” หลัง คณะทำงานต้องปรับแก้ถ้อยคำในรายงานสรุป คาด 31พ.ค.นี้ พิจารณาลงมติได้

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการป.ป.ช. ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานพิจารณาคำร้องขอถอนฟ้องคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) เมื่อวันที่ 7 ต.ค.51 เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช. วันนี้ (26 พ.ค.) ยังไม่ได้พิจารณารายงานของคณะทำงานฯ เรื่องคำร้องขอถอนฟ้องคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ เนื่องจากคณะทำงานฯเพิ่งสรุปรายงานเสร็จสิ้นในช่วงเช้าวันเดียวกัน และต้องกลับไปปรับแก้ถ้อยคำ เนื่องจากในคณะทำงานฯมีความเห็นที่หลากหลาย จึงต้องปรับให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้บันทึกที่ออกมาอ่านแล้วเข้าใจได้ดีมากยิ่งขึ้น อีกทั้งการจะนำรายงานดังกล่าวเสนอต่อที่ประชุมได้ คณะทำงานฯ ต้องส่งรายงานไปให้กรรมการป.ป.ช.แต่ละคนพิจารณาล่วงหน้า 3 วัน นอกจากนี้ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานป.ป.ช. ติดภารกิจในช่วงบ่ายวันเดียวกัน หากไม่มีอะไรผิดพลาดจะมีการนำเสนอรายงานดังกล่าวต่อที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ในวันอังคารที่ 31 พ.ค.นี้ ซึ่งยังอยู่ในกรอบเวลาที่ประธานป.ป.ช.กำหนดเอาไว้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อสรุปของคณะทำงานฯมีความเห็นว่าควรถอนฟ้องหรือไม่ถอนฟ้อง นายสรรเสริญ กล่าวว่า คณะทำงานฯได้มีความเห็นไปด้วยตามที่คณะกรรมการป.ป.ช.มีคำสั่งให้พิจารณา ประกอบด้วย ข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริง ที่คณะทำงานฯอาจมีความเห็นแตกต่างกันบ้างในแต่ละข้อ แต่ในภาพรวมคณะทำงานฯต้องสรุปออกมาให้เป็นเอกฉันท์

เมื่อถามว่า พยานหลักฐานใหม่ที่จำเลยอ้างเป็นพยานหลักฐานอะไร นายสรรเสริญ กล่าวว่า เป็นข้อเท็จจริงของจำเลยที่ได้ร้องขอความเป็นธรรม โดยเสนอเป็นเอกสารมาให้ป.ป.ช.พิจารณาพิจารณาหลายข้อ พร้อมกับอ้างว่าสิ่งที่ได้ยื่นมาเป็นพยานหลักฐานใหม่ เราจึงต้องมาไล่ดูทีละข้อตามที่มีการเสนอมา 

เมื่อถามถึงกรอบการพิจารณาของคณะกรรมการป.ป.ช. นายสรรเสริญ กล่าวว่า ที่ประชุมจะพิจารณาคำร้องของจำเลยที่ขอความเป็นธรรมเข้ามา และจะพิจารณาจากความเห็นของคณะทำงานฯในแต่ละข้อ รวมถึงจะมีการซักถามความเห็นของคณะทำงานฯที่เกี่ยวข้องกับรายงานที่เสนอมาด้วย ซึ่งกรณีที่มีการให้เปรียบเทียบกับคดีสลายการชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อปี 53 ก็นำมาพิจารณาด้วย 

เมื่อถามว่า ญาติผู้สูญเสียแสดงความกังวลว่า ต่อให้สุดท้ายคณะกรรมการป.ป.ช.ไม่ถอนฟ้อง แต่การต่อสู้ในชั้นฎีกาฯ ของป.ป.ช.ในฐานะโจทก์จะยังเต็มที่เหมือนเดิมหรือไม่ นายสรรเสริญ กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้ข้อยุติในชั้นของคณะกรรมการป.ป.ช. จึงอย่าไปกังวลล่วงหน้า ขอให้รอมติคณะกรรมการป.ป.ช.ก่อน

เมื่อถามถึงกรณีกลุ่มนปช. ยื่นเรื่องให้ป.ป.ช.พิจารณานำคดีสลายการชุมนุม นปช.เมื่อปี 53 ที่คณะกรรมการป.ป.ช.เคยมีมติตีตกกลับมาพิจารณาใหม่ สามารถทำได้หรือไม่ นายสรรเสริญ กล่าวว่า ตามหลักเมื่อยื่นคำขอมาในเบื้องต้นไม่ใช่เราจะปฏิเสธ แต่ต้องพิจารณาคำขอนั้นก่อนว่ายื่นมาในเรื่องอะไร ยื่นมาเพื่อให้ไต่สวนใหม่หรือยื่นมาในลักษณะคำร้องหรือไม่ เพราะกฎหมายของเราได้พูดเรื่องการขอให้พิจารณาคดีใหม่คือ ถ้าเป็นเรื่องที่เราวินิจฉัยเด็ดขาดไปแล้วจะรื้อฟื้นไม่ได้ เว้นแต่มีพยานหลักฐานใหม่อันเป็นสาระสำคัญในคดีก็สามารถหยิบขึ้นมาพิจารณาใหม่ได้