วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รวบทอมแสบ ตะเวนตุ๋นเงินเหยื่อ ก่อเหตุโชกโชนกว่า100ครั้ง

สืบบางรัก รวบ ทอมแสบ ตระเวนตุ๋นพนักงานตู้แลกเงิน ก่อเหตุโชกโชนกว่า 100 ครั้ง ทั้งในกทม.-ตจว.มีหมายจับติดตัว 29 หมาย

นครบาล-เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 26 พ.ค. พล.ต.ท.ศานิตย์  มหถาวร  รรท.ผบช.น. พร้อมด้วยนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่และชุดสืบสวน สน.บางรัก ร่วมกันแถลงผลจับกุม น.ส.สุมิตตา ยวงสวัสดิ์ อายุ 32 ปีอยู่บ้านเลขที่่ 35/41 ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี  ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ362/2559 ลงวันที่ 25 พ.ค. 2559 ข้อหา วิ่งราวทรัพย์ พร้อมของกลางของกลางโทรศัพท์มือถือไอโฟน 1 เครื่อง วิกผม 1 อัน หมวกแก๊บ 1 ใบ เสื้อคลุมแขนยาวสีน้ำเงิน กางเกงขายาวสีดำ กระเป๋าสะพายข้างสีน้ำตาล รองเท้าแตะแบบหนีบสีเหลือง เงินสดจำนวน  29,300 บาท สมุดบิลเงินสด 2 เล่ม จับกุมได้ที่ลานจอดรถโซน 1 สนามบินสุวรรณภูมิ วันที่ 25 พ.ค.เวลา 22.00 น.

พล.ต.ท.ศานิตย์  กล่าวว่า  สืบเนื่องจากวันที่ 22 พ.ค. เวลา 13.30 น. น.ส.จรรยา เพ็ชรสิงห์ ผู้เสียหาย แจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ สน.บางรัก ว่า  ถูกคนร้ายเป็นหญิงอ้างตัวว่า เป็นพนักงานบริษัทมาเก็บเงินจาก น.ส.จรรยา ที่ทำงานเป็นพนักงานรับแลกเงินในตู้ร้บแลกเงินบริษัทมันนี่กูรู จำกัด  ในซอยพัฒน์พงศ์ 2 ถนนสุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรักกทม. โดยถือซองเอกสารสีน้ำตาลเดินเข้ามาหาบอกนายจ้างให้มาเก็บเงิน 75,500 บาท 

“ขณะนั้น น.ส.จรรยา ไม่เชื่อ แต่ผู้ต้องหาได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วแกล้งทำทีพูดคุยกับปลายสาย คาดว่าจะเป็นนายจ้าง ใจความว่า ตนได้นำของ(ซองเอกสาร)มาส่งท่ีตู้แลกเงินแล้ว และบอกกับ น.ส.จรรยา ว่า นายจ้างของ น.ส.จรรยา สั่งให้ น.ส.จรรยา เอาเงินจำนวน 75,500 บาทให้แก่ผู้ต้องหา น.ส.จรรยา ปักใจเชื่อจึงมอบเงินให้ไป จากนั้นผู้ต้องหาได้หยิบโทรศัพท์มือถือของ น.ส.จรรยา แล้วเชิดหนีไป จากนั้นผู้ต้องหาได้ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและถอดวิกผมออก  ภายในอาคารใกล้จุดเกิดเหตุ  แล้วเรียกแท็กซี่หลบหนีไปขึ้นรถยนต์ส่วนตัว ยี่ห้อโตโยต้ารุ่นอินโน ไปที่้ลานจอดรถสนามบินสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่ได้แกะรอยติดตามคนร้ายจนขอหมายจับนำกำลังเข้าจับกุมดังกล่าว” รรทงผบช.น.กล่าว 

สอบสวนขยายผลผู้ต้องหา  รับสารภาพว่า ต้องการเงินไปใช้จ่ายในครอบครัวไปซื้อรถและเล่นการพนัน โดยทุกครั้งที่ก่อเหตุจะสวมวิกผมปลอมโดยสวมหมวกทับอีกชั้นและจะเตรียมเสื้อผ้ามาเปลี่ยน  หลังก่อเหตุทุกครั้งเพื่ออำพรางตัวในการหลบหนีและให้ยากต่อการติดตามจับกุม  โดยตระเวนก่อเหตุใน กทม.และต่างจังหวัด แล้วมากกว่า 100 ครั้ง จากการตรวจสอบพบต้องโทษคดีอาญา 47 คดีและมีหมายจับจำนวน 29 หมาย

เคยถูกจับกุมและมีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนมาแล้วหลายครั้ง อาทิ วันที่ 5 ม.ค. 2554 ท้องที่  สภ.คลองหลวง  จ.ปทุมธานี   หลอกลวงผู้เสียหายตามตลาดไท  ตลาดสี่มุมเมือง  นวนคร และต่างจังหวัดโดยทำทีแกล้งบอกเหยื่อที่เป็นร้านค้าขายผักหรือผลไม้หรือลูกจ้างภายในร้านว่า  เฮียหรือเจ๊ให้มาเก็บเงินค่าผักผลไม้  หรือค่าก่อสร้างต่อเติมบ้านครั้งละ 30,000  บาทหรือ 50,000บาท  

เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2557  ท้องที่  สน.พญาไท ได้ปลอมตัวเป็นลูกจ้างเถ้าแก่รับเหมาปูกระเบื้องตระเวนตุ๋นเหยื่อเรียกเก็บค่าทำห้องน้ำได้เงินกว่า  83,000 บาท เมื่อวันที่ 11 ต.ค. 2558 ท้องที่ สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ตระเวนหลอกเก็บเงินลูกจ้างบูธแลกเปลี่ยนเงินตราโดยอ้างว่า  เจ้าของให้มาเก็บเงิน  500,000 บาท เมื่อวันที่ 11 พ.ย.2558 ท้องที่ สภ.เมืองชลบุรี ตระเวนหลอกผู้เสียหายว่า  มาเก็บค่าซ่อมแซมบ้านสูยเงินกว่า 78,000 บาท ทั้งนี้รวมมูลค่าความเสียหายที่ผู้ต้องหาก่อเหตุทั้งหมดแล้วประมาณ 5  ล้านบาท

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวทิ้งท้ายว่า หากผู้เสียหายท่านใดที่ประสบเหตุถูกคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ในลักษณะดังกล่าว  สามารถติดต่อขอดูตัวผู้ต้องหาและสอบถามข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับรายละเอียดพฤติการณ์ของผู้ต้องหาดังกล่าวได้ที่  สน.บางรัก   และจะได้ประสาน   สน.ต่างๆ ติดตามผู้เสียหายที่ได้ร้องทุกข์ไว้มาชี้ยืนยันตัวผู้ต้องหาเพื่อดําเนินคดีตามกฎหมายต่อไป