วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'นายกฯ' อ้อนคนโคราช เผยสัมผัสชีวิตคนอีสานมานาน

"นายกฯ" ขึ้นเวทีปราศรัยอ้อนคนโคราช ระบุเป็นคนหัวใจโคราช เผยเป็นทหารสัมผัสชีวิตคนอีสานมานาน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) และคณะ เพื่อติดตามและแก้ไขปัญหาปัญหาภัยแล้ง ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อติดตามการแก้ปัญหาภัยแล้งและการบริหารจัดการน้ำจ.นคราชสีมา

จากนั้น นายกฯได้เป็นประธานสักขีพยานในการมอบหนังสืออนุญาตให้ราษฎรทำกินตามโครงการคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ มอบหนังสืออนุญาตป่าเศรษฐกิจชุมชน และมอบพันธุ์กุ้ง พันธุ์ปลาตะเพียน

นายกฯ กล่าวกับประชาชนว่า ตนเกิดที่โคราช แม้ย้ายตามพ่อแม่ไปอยู่พื้นที่อื่น แต่หัวใจยังเป็นคนโคราชเสมอ ซึ่งอยากให้ทุกคนเข้าใจ ฟัง และคิดใครครวญด้วยเหตุผลที่ตนมาเพื่ออะไร และสิ่งที่จะพูดต่อไปนี้เป็นการพูดเพื่อใคร ฉะนั้นเราจะต้องปรับกระบวนการเรียนรู้ด้วยกัน ต่างคนต่างเรียนรู้เพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกันให้ได้ ในระหว่างที่กำลังปฏิรูปประเทศ ซึ่งในประเทศมีการแบ่งเขตการปกครอง บริหารราชการ เป็นส่วนกลางส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น วันนี้ตนมาในนามของรัฐบาล และนายกรัฐมนตรี โดยมีรัฐมนตรีลงมาในพื้นที่ด้วย เพื่อที่จะมาบูรณาการขับเคลื่อนส่วนราชการในพื้นที่ความรับผิดชอบ

นายกฯ กล่าวด้วยว่า จากการลงพื้นที่และมาประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เห็นความคืบหน้าในการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ให้งบประมาณส่วนหนึ่งลงมาที่อ.พิมาย และมีความก้าวหน้าในการใช้จ่ายงบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด และมีประสิทธิภาพ ขณะที่เรื่องสหกรณ์จะต้องมีการปรับปรุง โดย 6-7 พันสหกรณ์จะต้องมีการปรับปรุงตัวเองด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในเรื่องน้ำ เป็ยปัจจัยสำคัญ น้ำคือชีวิต โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ทรงมีรับสั่งเสมอมากับตนและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง น้ำ เป็นต้นกำเนิดของคน สัตว์ ต้นไม้ ถ้าไม่มีน้ำ ก็จะลำบาก เพราะถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด วันนี้ทุกคนอาจจะไม่เห็นค่า แต่วันหน้าต้องให้คุณค่ากับน้ำทุกหยดมากกว่าปัจจุบัน ซึ่งในประเทศที่มีความเจริญเติบโต ทางเศรษฐกิจ และมีรายได้สูงกว่าเรา น้ำดื่มจะมีราคาแพงมาก ต้องซื้อถึงขวดละ 1 - 2 ร้อยบาท แต่บ้านเรายังไม่ถึงขนาดนั้น ตนดื่มน้ำประปามาตลอดถึงโตมาขนาดนี้ บางครั้งต้องต้มก่อนเพื่อให้เกิดความสบายใจ อย่างไรก็ตามวันนี้ต้องพูดว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความแข็งแรงและเข้มแข็งด้วยตนเอง โดยที่ทุกคนรวมถึงข้าราชการ รัฐบาล ต้องปรับตัวเอง ถึงจะนำไปสู่กระบวนการปฏิรูปประเทศได้ แต่ถ้าทุกคนมองว่าภารกิจปฏิรูปประเทศ เป็นหน้าที่ของรัฐบาล อย่างเดียวมันไปไม่ได้ เพราะการปฏิรูปต้องอาศัยความร่วมมือของทั้งสองฝ่าย และจริงใจต่อกัน ซึ่งวันนี้ตนเอาหัวใจเกินร้อยมาหา

"ทุกพื้นที่ในประเทศไทย ผมต้องไปได้และผมจะต้องเอาความเจริญมาสู่พวกท่านให้ได้ทุกพื้นที่ ผมไม่มีคะแนนเสียงและไม่มีคะแนนพิเศษให้กับใคร แต่ให้กับทุกคน วันนี้ต้องมีความเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน รัฐบาลนี้มาสร้างความชอบธรรม ลดความเหลื่อมล้ำในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เรามีประชากร 67 ล้าน 4 ภูมิภาค 18 กลุ่มจังหวัด จาก 76บวก1 จังหวัด ทั้งหมดคือหลักการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ว่ารัฐบาลไหนเข้ามาต้องทำแบบนี้ ไม่ใช่ทำเพื่อคะแนนเสียง ผมถึงบอกวันนี้ไม่มีคะแนนเสียง ไม่มีผู้แทน ซึ่งผู้แทนของผมคือผู้ว่าราชการจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการ ถ้าไม่ดีคราวหน้าอย่าเลือก เข้าใจไหม ถ้าไม่เข้าใจผมตลกของผมเองก็ได้ ” นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ปัญหาภัยแล้งที่ผ่านมามีผลกระทบมายาวนาน เราต้องเอาปัญหานั้นมาคลี่คลายให้ได้ ทำอย่างไรจะเกิดความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในทุกด้าน รวมถึงกฎหมายที่ทันสมัยวันนี้รัฐบาลกำลังทำทั้งหมด เพื่ออนาคตของประชาชน โดยทุกคนต้องเรียนรับสถานการณ์ว่าโลกจะเผชิญสถานการณ์อะไร ที่สำคัญต้องมีเศรษฐกิจเชื่อมโยงในอาเซียน ประชาคมโลก หมู่เกาะ และประเทศมุสลิม โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านต้องมีการร่วมมือกันให้มากขึ้น วันนี้แม้เศรษฐกิจโลกจะตก แต่มูลค่าการค้าขายชายแดนสูงขึ้น ก็ยังไม่เพียงพอ แต่ขอชื่นชมชาวอีสานมีความอดทน ตนเคยอยู่ ตอนเป็นทหารอยู่อีสานรู้จักคนที่นี่ดี คนอีสานเก่งไปสร้างตึกที่อเมริกา และประเทศใหญ่ๆ แต่ไม่สร้างให้ไทย เพราะค่าแรงถูก

นายกฯ กล่าวว่า ในเรื่องที่ดินทำกิน รัฐบาลได้พิจารณาข้อกฎหมายเพื่อให้สิทธิชาวบ้านเข้ามาอยู่อาศัย ทำดินอย่างถูกต้อง ซึ่งวันนี้ ป่าหายไปเหลือประมาณร้อยละ 30 จาก 60 ลดลงมาเรื่อยๆ ในระยะเวลาไม่กี่ปีเพราะความยากจนของประชาชนที่ไม่มีที่ทำกิน เมื่อตนเข้ามาจะแจกก็ไม่ได้จึงได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาดำเนินการอย่างถูกต้อง ยืนยันว่าไม่ต้องการให้เดือดร้อน ถ้าเป็นแบบนั้นคนที่อยู่อย่างไม่ถูกต้องจะเดือดร้อนกันทั้งหมด จึงได้ใช้ข้อกฎหมายให้ถูกต้อง วันนี้รัฐบาลเข้ามาจัดระเบียบกระบวนการบริหารใหม่ โดยนำปัญหามาคิดร่วมกับส่วนราชการ นำไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งวันนี้ได้อนุมัติโครงการอ่างเก็บน้ำเชียงไกรล่าง โดยต้องทำโครงการนี้ให้ได้ในปี 2560 เพื่อเก็บกักน้ำ ในโครงการให้ได้ และสามารถหล่อเลี้ยงเกษตรกรและคนในพื้นที่ทั้งหมดได้ ซึ่งที่ผ่านมาเกิดความบกพร่องในการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่คำนึงถึงเรื่องนี้เท่าไร โดยปัญหาเหล่านี้ไม่ได้มีที่โคราช แต่มีทุกลุ่มน้ำ เพราะไม่มีต้นทางกลางทางปลายทางพูดแล้วไม่ทำหรือทำเพียงเฉพาะจุดไม่เชื่อมต่อกัน เหมือนคนที่ยืนแต่มีเส้นเลือดไม่ถึงกัน แขนชาดังนั้นต้องต่อเส้นเลือดพวกนี้ให้ได้

นายกฯ กล่าวว่า ปัญหาบริหารจัดการน้ำ ที่แต่ละส่วนเปรียบเสมือนเส้นเลือดที่ไปไม่ถึงกัน ซึ่งเราต้องต่อเส้นเลือดถึงกันให้ได้ เพราะแต่ละเส้นเลือดมีหน้าที่ต่างกัน อย่างการปลูกข้าวสามารถทำได้ แต่ต้องทำในจำนวนจำกัด เพราะถ้าทำมากจะกระทบราคาในตลาด เพราะปริมาณข้าวมากเกินไป การแข่งขันในตลาดโลกวันนี้มีปัญหามาก ราคาข้าวระหว่างประเทศต่างกันไม่เยอะ วันนี้เปิดประมูลไปราคาข้าวเราสูงกว่าเขามาก สู้ไม่ได้ เขาก็ไปซื้อที่อื่น นั้นคือปัญหา ดังนั้น ต่อให้ปลูกมากเท่าไหร่ก็ขายไม่ได้ และวันนี้ก็กองอยู่ที่คลังข้าวเยอะไปหมด วันนี้พยายามบริหารให้ดีที่สุด อีกปัญหาเมื่อข้าวเก่ายังอยู่ ข้าวใหม่ปลูกกันมาก็เป็นปัญหาซ้อนปัญหาอีก วันนี้ใช้งบประมาณดูแลการเกษตรอย่างเดียวเกิน 5 แสนล้านบาท แทบจะเป็นเงิน 1 ใน 3 ของรายจ่ายงบประมาณประจำปี และหากใช้เงินมากอย่างนี้ไปเรื่อยๆประเทศชาติจะเอาจากที่ไหน เพราะรายได้ประเทศได้มาจากการส่งออก

"วันนี้เศรษฐกิจโลกตกทั้งหมด อย่าไปเชื่อใครว่าเศรษฐกิจประเทศไทยตก เพราะผมเข้ามา มันตกอยู่แล้ว อย่าไปเทียบปีก่อนหน้าโน้น มันคนละเรื่อง ที่สำคัญเริ่มไทยแลนด์ 4 ไม่ได้ เพราะเราหยุดที่ไทยแลนด์ 3 มานาน ทำให้ติดกับประเทศรายได้ปานกลาง ประชาชนเดือดร้อนอยู่แบบนี้ เพราะมีคนทำให้เกิดความขัดแย้งตรงโน้นตรงนี้ ผมไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก ต้องขอร้องว่า ความขัดแย้งเป็นบ่อเกิดปัญหาทุกเรื่อง”นายกฯกล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า โครงการประชารัฐกำลังเดินหน้าอยู่ สิ่งที่รัฐบาลต้องทำก็คือ ส่งเสริมให้ประชาชนมีรายจ่ายที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต ดำรงเกียรติยศและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ให้ได้ ในวันนี้เวทีสหประชาชาติเขาจับตาดูเราอยู่ โดยในเรื่องสิทธิมนุษยชนนั้น ตนดูแลอยู่แล้ว ไม่เคยจับใครที่เป็นชาวบ้านสักคน ก็ถ้าไม่ผิดกฎหมายทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว

"ผมไม่ได้ไปเตะต้องอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าผมจะมาอย่างนี้ก็ตาม ผมไม่ได้จับไปส่งเดช จับไปทำไม เปลืองข้าวด้วย รกคุกใช่มั๊ยเล่า ผมเป็นทหาร ผมไปทำร้ายประชาชนไม่ได้อยู่แล้ว อยู่มาทั้งชีวิต ทุกคนที่เป็นทหารกันส่วนใหญ่ กระทรวงหลักๆ ทำไมผมต้องให้เขาเป็นทหาร เพราะผมต้องการให้เขารู้ เพราะเขาเป็นคนรู้ เขาอยู่กับชาวบ้านมานาน ตั้งแต่ร้อยตรียันพลเอก รัฐมนตรีที่มากับผมก็เป็นพลเอกกันทั้งนั้น รับราชการอยู่กับชาวบ้านมา 30 กว่าปี อดีตผอ.ทอ.(พล.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกฯ)ก็เหมือนกัน ท่านเป็นคนสร้าง เป็นคนปรับปรุงสนามบิน มีฝูงบินเอฟ16สองฝูง เพราะว่าเขาต้องดูแลท่าน”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

"นายกฯ กล่าวต่อว่า ฉะนั้นความมั่นคงก็จะต้องไปจัดศูนย์รวมให้ได้ในแต่ละภูมิภาค มีความร่วมมือกันอย่างไร นั่นคือความมั่นคง รักษาความสงบเรียบร้อย ซึ่งในวันนี้ก็คือคสช.เขามีหน้าที่ติดตามดูแลประชาชนว่าอะไรทำหรือยังไม่ทำ ไปดูว่าหน่วยงานที่ดำเนินการทำทุจริตหรือไม่ แล้วจึงมารายงานที่ตน เพราะตนเป็นรัฐบาล อย่ามาพูดว่าตรงนั้นตรงนี้โกง ก็ไปหาหลักฐาน หรือไปแจ้งความ เพราะมีการสอบสวนกันไว้หมดแล้ว อย่าโพสต์กันไปกันมา ตนอ่านทุกวันก็ปวดหัว เพราะไม่เหลือคนดีอยู่เลย มีแต่คนไม่ดีทั้งนั้น และตนจะอยู่ยังไง จะทำไปเพื่อใคร ก็นึกไม่ออก นี่แหละคือการปฏิรูปประเทศ คิดใหม่ทำใหม่เพื่ออนาคต อย่าไปอยู่กับความขัดแย้งวังวนเดิมอีกต่อไป ไม่ว่าใครก็ตามที่จะเข้ามานำพาประเทศ เราถึงต้องกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้เราเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ประเทศจะมีผู้สูงอายุมากขึ้นภายในปี 2568 จะมีประชากร 30 กว่าล้านคน เป็นผู้สูงวัยทั้งสิ้น จึงต้องมีมาตราการรองรับบุคคลเหล่านั้น ซึ่งจะต้องไปดูในเรื่องของเงินอุดหนุน ยืนยันว่าตนไม่ได้ไปตัดอะไรท่านสักอย่าง ทั้งเรื่องเบี้ยผู้สูงอายุเดือนละ 600 บาท แต่จะเป็นการเพิ่มเงินเข้า เช่นรัฐบาลอาจจะเติมให้ 50% เหมือนกับกองทุนประกันสังคม เพื่อจะได้มีเงินเหลือเก็บมากขึ้น อีกทั้งตนมีแนวคิดจะให้ผู้สูงอายุมาทำธุรกิจเพื่อสังคม โดยเอาประสบการณ์มาทำงาน ซึ่งต้องใช้ทรัพยากรเช่นนี้ คนสูงอายุจะเป็นผู้มีประโยชน์ทั้งสิ้น

"สองปีที่ผ่านมาทำอะไรไปแล้วบ้าง ขจัดความขัดแข้ง ตีกันไปซะครึ่งปี ตีกันไปตีกันมาผมก็ไม่รู้จะทำยังไง ก็ต้องมายุติความขัดแย้งให้ได้ ถ้ายุติไม่ได้วันนี้ก็ยังเป็นประเทศที่รบกันอยู่ เพราะมันเตรียมจะรบกันอยู่แล้ว ประชาชนรบกันเอง ถ้าผมไม่เข้า แล้วมารบกันเองใครจะเป็นคนหยุด อันนี้แหละคือประเด็น ถ้ามันเกิดขึ้นอีก ว่าจะทำยังไงท่านมาคิดให้ผม ไม่ว่าจะเรื่องประชามติ การเลือกตั้ง อะไรก็แล้วแต่ท่านต้องคิดเอง ต้องเรียนรู้ ว่าเราจะอยู่กันยังไง และที่ผ่านมามันเกิดอะไรขึ้น ต้องแยกแยะกันให้ได้ เราต้องพัฒนาประเทศเราร่วมกันอย่างจริงจัง มีทางเลือกของตัวเอง ของครอบครัว เลือกอาชีพ เลือกดำรงชีวิต”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว