วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'วิษณุ' เผยรอกฤษฎีกาพิจารณาพ.ร.บ.อุ้มหาย

“วิษณุ” เผยรอกฤษฎีกาพิจารณาพ.ร.บ.อุ้มหาย แก้ปัญหาทับซ้อนกม.อื่น ชี้ใช้ม.44 ได้ ไม่ผิดพรบ.อุ้มหาย เพราะรธน.ชั่วคราว ใหญ่กว่าพ.ร.บ.

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการบังคับบุคคลให้สูญหาย (พ.ร.บ.อุ้มหาย) ว่า รัฐบาลได้มีการลงนามอนุสัญญา 2 ฉบับ คืออนุสัญญาป้องกันการทรมาน และอนุสัญญาป้องกันการบังคับให้สูญหาย เมื่อ 7-8 ปีมาแล้ว จึงเป็นที่มาของการให้สัตยาบัน ซึ่งในส่วนอนุสัญญาป้องกันการบังคับให้สูญหาย จะต้องมี พ.ร.บ. หรือกฎหมายลูกออกมาเพื่อรองรับอนุสัญญาดังกล่าว เนื่องจากถ้าเป็นเพียงอนุสัญญา เมื่อเจ้าหน้าที่ทำผิดก็ไม่สามารถดำเนินการได้ ประกอบกับเราไม่ต้องการให้ฟ้องในศาลโลก แต่ต้องการฟ้องในศาลไทย ซึ่งขณะนี้ได้ให้ทางกฤษฎีกาตรวจสอบความเรียบร้อยของพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวแล้ว เนื่องจากมีหลายกระทรวงทักท้วงในหลายมาตรา เนื่องจากไม่รัดกุม และซ้ำซ้อนผิดพ.ร.บ.ฉบับอื่น   

“กฎหมายในลักษณะดังกล่าวที่มีใช้กัน ในเวลาที่อุ้ม ก็จะมีเรื่องของการกักขัง หน่วงเหนี่ยว การพรากผู้เยาว์ พรากผู้ใหญ่ ก็เป็นอีกความผิดหนึ่ง ซึ่งการอุ้มหายก็เป็นอีกข้อหาหนึ่ง ดังนั้นจะต้องทำให้ชัดเจนว่าเจตนาจะอุ้มอย่างเดียวถ้าโดนไปหลายกระทงนับไปนับมาอาจจะโดนประหารชีวิตได้”นายวิษณุ กล่าว     

ผู้สื่อข่าวถามว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้จะครอบคลุมใน 3 เรื่อง ทั้งการอุ้ม การทรมาน และการจำกัดสิทธิ์หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ใช่ เขามีเจตนาอย่างนั้น ซึ่งกฤษฎีกาก็ต้องไปตรวจสอบ เพราะมีความผิดตามพ.ร.บ.อื่นอยู่ และจะต้องนำมาใช้หรือไม่ ถ้าไม่นำมาใช้ก็ต้องระบุว่า เมื่อผิดพ.ร.บ.นี้แล้วก็ต้องไม่ผิดพ.ร.บ.ฉบับอื่น เพราะการอุ้มหายจะต้องมีพฤติกรรมอื่นมาประกอบด้วยเสมอ โดยพ.ร.บ.นี้ไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าข่ายพฤติกรรมทั้ง 3 อย่าง รวมถึงต้องดูถึงคำสั่ง หรือประกาศ ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เกี่ยวกับการควบคุมตัวด้วย ที่มีความทับซ้อนกันอยู่ ว่าจะต้องมีการแก้ไข หรือต้องมีการยกเลิกอย่างใดอย่างหนึ่ง ก่อนส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาต่อไป

เมื่อถามว่า การที่รัฐบาลถูกองค์กรสิทธิมนุษยชนนานาชาติโจมตี ถึงกรณีเจ้าหน้าที่พาตัวบุคคลไปโดยไม่แจ้งข้อกล่าวหาช่วงที่ผ่านมา จะเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ. ฉบับนี้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ถ้าไม่หายก็ไม่เป็นไร เพราะมีการอุ้มหาย และไม่หาย อุ้มเอาแล้วเอามาคืน เมื่อถามอีกว่า แสดงว่าการใช้ม.44เพื่อให้อำนาจพนักงานสอบสวนก็ไม่ผิดตามพ.ร.บ.ดังกล่าว นายวิษณุ กล่าวว่า อำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ใหญ่กว่าพ.ร.บ.ฉบับนี้    

เมื่อถามต่อว่า ส่วนที่มีการวิจารณ์ปัญหาในภาคใต้ที่มีการอุ้มหาย ถ้ามีกฎหมายออกมาแล้ว การประกาศใช้กฎอัยการศึก หรือพ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะยกเว้น พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่เว้น ยังสามารถบังคับใช้ได้ ขณะเดียวกันจะไม่ย้อนถึงคดีที่มีบุคคลสูญหายก่อนหน้า เพราะกฎหมายที่มีโทษอาญาไม่มีผลย้อนหลัง