สนช.เตรียมผ่าน 3 วาระรวด ดันงบค้างท่อ 2.2 หมื่นล้านบาท โอนเป็นงบสำรอง 26 พ.ค.นี้ เล็งขอเอี่ยว 20 ล้าน ใช้ลงพื้นที่-เบี้ยประชุม
นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิปสนช.) แถลงภายหลังการประชุมว่า ในการประชุมสนช.วันที่ 26 พ.ค นี้ สนช.จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายพ.ศ.... จำนวน 2.2 หมื่นกว่าล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ซึ่งเป็นการตัดงบประมาณของกระทรวง ทบวงกรม ที่จัดสรร ก่อหนี้ผูกพันแต่ไม่สามารถใช้จ่ายได้ทันวันที่ 31 ธ.ค.2559 จึงต้องจัดสรรไปเป็นงบประมาณสำรองเพื่อใช้จ่ายในกรณีฉุกเฉิน เช่น เกิดภัยแล้ง น้ำท่วม และเรื่องเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังจัดสรรให้กับกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 200 ล้านบาท เพื่อแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ แจกให้กับชาวนาในจังหวัดห่างไกล 23 จังหวัด ส่วนอื่นได้จัดสรรให้สำนักงานเลขาวุฒิสภาปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสำนักเลขาธิการ สนช.จำนวน 20 ล้านบาท เพื่อใช้ในการทำงานของสนช.เกี่ยวกับภารกิจการลงพื้นที่ เรื่องพิจารณากฎหมาย และการร่างรัฐธรรมนูญ โดยส่วนใหญ่เป็นเบี้ยประชุมของ ซึ่งจะมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาจำนวนหลายคณะ โดยการพิจารณาดังกล่าวจะตั้งกรรมาธิการเต็มสภาพิจารณา 3 วาระรวด
นพ.เจตน์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องการลงพื้นที่ชี้แจงคำถามพ่วงไปกับการทำประชามติของสนช.นั้น จะเน้นการชี้แจงคำถามพ่วง ประกอบการทำประชามติรัฐธรรมนูญ ซึ่งทางคณะกรรมาธิการสามัญพิจารณาศึกษา เสนอแนะ และรวบรวมความเห็นเพื่อการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญชุดที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนข.คนที่ 1 เป็นประธาน จะมีการตั้งกรรมการขึ้นมาอีก 1 ชุด เพื่อทำงานควบคู่ไปกับกรธ.และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต. ) ซึ่งคณะกรรมชุดนี้จะมีสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ( สปท.)เข้ามาเป็นกรรมการด้วย
“ยืนยันการลงพื้นที่ ไม่ได้ลงไปในลักษณะการหาเสียงให้สนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญแน่นอน แต่สนช.กลัวว่า เนื้อหาจะถูกบิดเบือนจากบนลงล่างกว่าจะไปถึงประชาชน ดังนั้น สนช.จะใช้โซเชียลมีเดีย เช่น วีดีโอ ซีดี อินโฟกราฟิก เป็นอาวุธ เครื่องมือ ในการเผยแพร่คำถามพ่วง“นพ.เจตน์ กล่าว





