วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สรรเสริญ'โต้'เพื่อไทย' โวศก.ไทยโตสุดในรอบ12ไตรมาส

"พล.ต.สรรเสริญ" งัดข้อมูลเศรษฐกิจโต้ "เพื่อไทย" ระบุ ไตรมาสแรกศก.โต 3.2% สูงกว่าสิงคโปร์ ชี้โตสุดในรอบ 12 ไตรมาส แถมติดอันดับประเทศน่าลงทุน

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ออกมาให้ข้อมูลว่าเศรษฐกิจไทยเติบโตน้อยที่สุดในอาเซียน และต่างชาติขาดความเชื่อมั่น ในการลงทุนว่า ข้อมูลทั้งหมดที่นายพิชัยออกมาพูด ห่างไกลจากความจริงจนน่าประหลาดใจ เพราะข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการโดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง คือ แม้ในภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่สดใสนัก แต่ประเทศสามารถยืนอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาสที่ 1 ไทยเติบโต ร้อยละ 3.2 ขณะที่สหรัฐอเมริกา เติบโตร้อยละ 1.9 ยูโรโซน เติบโตร้อยละ 1.6 เกาหลีใต้ เติบโตร้อยละ 2.7 ฮ่องกงโตร้อยละ 0.8 ญี่ปุ่นตัวเลขยังไม่ออกมาอย่างเป็นทางการ ขณะที่สิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศในกลุ่มอาเซียนเติบโตร้อยละ 1.8 น้อยกว่าประเทศไทยที่เติบโตร้อยละ 3.2 และเป็นการขยายตัวในอัตราสูงสุดในรอบ 12 ไตรมาส

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า นอกจากนี้ ปีนี้ยังเป็นปีแรกในรอบหลายปีที่ประเทศไทยกลับเข้าสู่ 25 อันดับแรกประเทศนักลงทุนต่างชาติให้ความมั่นใจการลงทุน โดยไทยอยู่ในอันดับ 21 สอดคล้องกับยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุน หรือ ยอดขอ BOI ในไตรมาสที่ 1 ซึ่งมีมูลค่า 89,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าสามเท่าจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แสดงให้เห็นความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อระบบเศรษฐกิจของไทย อีกทั้งดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนเมษายน ที่ระดับ 87.2 ก็เพิ่มขึ้นกว่าในเดือนมีนาคม ที่ระดับ 86.7

“นายพิชัย ควรหยุดวิเคราะห์ข้อมูลทางเศรษฐกิจได้แล้ว เพราะออกมาพูดทีไรก็ผิดพลาดคลาดเคลื่อน ราวคนไม่เข้าใจเรื่องเศรษฐกิจแต่มีความพยายามสูงที่จะชี้แจง หากอยู่เฉยๆเสียก็คงไม่มีใครว่า หรือหากรู้ตัวว่าพูดผิด จะขอโทษแล้วพูดใหม่ก็คงมีบางคนพร้อมให้อภัย ที่สำคัญควรหยุดหลอกลวงประชาชนและสังคมด้วยข้อมูลเท็จ และหยุดทำร้ายประเทศตนเองเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมืองของตนเองและพวกพ้องได้แล้ว และไม่อยากให้ใครมากล่าวได้ว่า อดีตนักการเมืองบางคนเป็นพวกมือไม่พายเอาเท้าราน้ำ ”

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า ทุกประเทศที่นายกรัฐมนตรีและคณะไปเยือนได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากผู้นำทุกชาติ รวมทั้งมีการพูดคุยชี้แจงสถานการณ์ภายในประเทศอย่างจริงใจตรงไปตรงมา และได้รับความเข้าใจและกำลังใจอย่างเต็มเปี่ยม สิ่งที่นายพิชัยพยายามคิดเอาว่า หลายประเทศตำหนิสถานการณ์ในไทย คงเป็นการมโนขึ้นมาเองประสาคนวงนอกที่รู้ข้อมูลเพียงบางส่วน หรือไม่ก็รับการถ่ายทอดข้อมูลผิดๆจากสื่อหรือกลุ่มที่บิดเบือน