รมว.ยธ. ผนึกกำลังประเทศลุ่มน้ำโขง และ UNODC ลงนามเอ็มโอยู 7 ฝ่าย แก้ปัญหายาเสพติดสามเหลี่ยมทองคำ
พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเปิด “การประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสภายใต้กรอบบันทึกความเข้าใจ (MOU) 7 ฝ่าย ว่าด้วยการควบคุมยาเสพติดในอนุภูมิภาค ได้แก่ ประเทศจีน ลาว เมียนมา ไทย เวียดนาม กัมพูชา และ UNODC โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสของแต่ละประเทศและหน่วยงาน เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องกระบี่ โรงแรมดุสิตธานี กระบี่ บีช รีสอร์ท จ.กระบี่
พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา กล่าวขอบคุณ สำนักงานยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ที่ริเริ่มการทำงานแก้ปัญหายาเสพติดในระดับอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงมาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2536 และทำหน้าที่เป็นแกนกลางขับเคลื่อนกลไกความร่วมมือนี้ให้เกิดผลประจักษ์ โดยเห็นว่า UNODC และประเทศในอนุภูมิภาคควรมองปัญหาแบบองค์รวม คือมุ่งเป้าหมายและระดมสรรพกำลังไปสู่การแก้ไขปัญหาในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำเป็นหลัก เนื่องจากยังคงเป็นแหล่งที่มีการลักลอบผลิตยาเสพติดที่ส่งผลกระทบต่อประเทศในอนุภูมิภาคและภูมิภาค ควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาระดับประเทศของแต่ละประเทศ นอกเหนือจากการทำงานในกรอบ MOU 7 ฝ่ายแล้ว ประเทศภาคียังได้มีการทำงานร่วมกันใน “แผนปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัย" ซึ่งริเริ่มโดยสาธารณรัฐประชาชนจีน ในปี พ.ศ. 2556 เพื่อมุ่งสร้างให้พื้นที่ลำน้ำโขงและพื้นที่ใกล้เคียงปลอดภัยจากการลักลอบขนส่งยาเสพติด การปฏิบัติการในระยะที่ 1 และระยะที่ 2 ของ 4 ประเทศคือ จีน ลาว เมียนมา และไทย ประสบผลสำเร็จอย่างดียิ่ง และในปี พ.ศ. 2559 นี้ ได้มีการขยายความร่วมมือให้ครอบคลุมประเทศเวียดนามและกัมพูชา
ตามแผนปฏิบัติการระยะ 3 ปีของโครงการ ซึ่งด้วยข้อมูลการข่าวที่รวดเร็วและเป็นปัจจุบัน ทำให้การทำงานเป็นทีมของทั้ง 6 ประเทศ ได้ผลดีมากและเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งให้กับประเทศในภูมิภาคอื่นที่ประสบปัญหายาเสพติดได้ใช้รูปแบบของโครงการแม่น้ำโขงปลอดภัยในการทำงานร่วมกัน โดยปัจจุบันได้มีการขยายขอบข่ายการดำเนินงานไปสู่มิติอื่น เช่น การพัฒนาทางเลือก การลดอุปสงค์ยาเสพติด ฯลฯ ซึ่งการดำเนินงานทั้งภายใต้กรอบ MOU 7 ฝ่ายฯ และตามแผนปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัยมีความเชื่อมโยง และเป็นส่วนเสริมซึ่งกันและกัน ให้การแก้ปัญหายาเสพติดในอนุภูมิภาคประสบผลสำเร็จ
การประชุมในครั้งนี้ เป็นการแสดงออกถึงความร่วมมืออย่างเหนียวแน่นและปณิธานอันแรงกล้าของประเทศภาคีสมาชิกบันทึกความเข้าใจ 7 ฝ่าย อันประกอบด้วย จีน ลาว เมียนมา ไทย เวียดนาม กัมพูชา และ UNODC ที่ต้องการขจัดภัยคุกคามจากยาเสพติดให้หมดไปจากอนุภูมิภาคนี้ โดยผู้แทนระดับสูงจากหน่วยงานกลางด้านยาเสพติดของแต่ละประเทศ นำโดยนายณรงค์ รัตนานุกูล เลขาธิการ ป.ป.ส. จะมาร่วมกันทบทวนสถานการณ์และหามาตรการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติ ผ่านการดำเนินกิจกรรมตามแผนปฏิบัติการ ว่าด้วยการควบคุมยาเสพติดในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (Greater Mekong Sub-regional Action Plan – SAP) ฉบับที่ 9 โดยมีกิจกรรมที่ประเทศไทยจะให้การสนับสนุนในปี 2559 ได้แก่ การส่งเสริมศักยภาพผู้ปฏิบัติงานสำนักงานประสานงานชายแดน (BLO) การตรวจพิสูจน์ยาเสพติด การเฝ้าระวังการเบี่ยงเบนสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ รวมถึงการสำรวจเส้นทางที่มีความเสี่ยงต่อการลักลอบขนยาเสพติดด้วย





